Content
1 Management Information System Introduction
1.1 Information technology vs. Information systems
1.2 IT in organization
1.3 Digital firms
1.4 Changing roles of IT personals
1.5 Hot Trends in IT
2. Business Model
3. Interesting Topic (เพิ่มเติม)
3.1 SWOT analysis
3.2 Long Tail Theory
3.3 Pareto Law (กฎ 80/20)
3.4 Five Forces Model
3.5 FaceTime และหลักการทำงาน
3.6 บทวิเคราะห์ กสทช
4. Case study: Apple 2010
5. Class participation List
1. Management Information System Introduction
1.1 Information technology vs. Information systems
Information technology ประกอบด้วยด้วย 4 ส่วนหลัก คือ Hard ware, Software, Network และ Data
• Hardware หมายถึง อุปกรณ์ที่ประกอบขึ้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ มองเห็นด้วยตาและสัมผัสได้ (รูปธรรม)
• Software หมายถึง ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ใช้สั่งงานให้คอมพิวเตอร์ทำงาน
• Network หมายถึง ระบบเครือข่ายที่ใช้เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ไว้ด้วยกัน เพื่อประโยชน์ในการติดต่อสื่อสาร
• Data หมายถึง ข้อมูลดิบ, ข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นข้อมูลที่อยู่ในคอมพิวเตอร์และใช้ประโยชน์ได้น้อย
Information system เป็นการรวมองค์ประกอบหลายอย่างเข้าด้วยกัน ประกอบด้วย Hardware, software, data, network, คน, การบริหาร, โครงสร้างองค์กร, และวัฒนธรรมองค์กรเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความหมาย ใช้ในการประกอบการตัดสินใจได้ อาจเรียกว่า “สารสนเทศ” โดยพยายามเปลี่ยน Data ให้เป็น information
ความแตกต่างระหว่าง Data และ Information
Data (Input) Information (Output)
ข้อมูลดิบ สารสนเทศ หรือ ข้อมูลที่ผ่านการสังเคราะห์
มีความหมายหรืออาจไม่มีความหมายก็ได้ ต้องมีความหมาย
สามารถนำมาใช้วิเคราะห์เพื่อการตัดสินใจ สามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจและวางแผน
Management information systems (MIS) เป็นการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีบทบาทต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจต่างๆ (Business Model) ซึ่งความสามารถในการแข่งขันขององค์กรนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่การใช้เทคโนโลยีในองค์กร แต่เป็นการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศที่ดี ซึ่งกลายมาเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างองค์กรธุรกิจในปัจจุบัน
IT investment
ปัจจุบันการลงทุนทางด้าน IT มีสัดส่วนสูงขึ้นจาก32% ในปี 1980 เป็น 51 % ในปี 2008 เมื่อเทียบกับการลงทุนทั้งหมด (ของสหรัฐฯ) แสดงให้เห็นถึงบทบาทของ IT ที่สำคัญต่อการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร
1.2 IT in organization (บทบาทของ IT)
1. เพิ่มคุณค่าสินค้าและบริการ เช่น
• เครื่องอ่านอีบุ๊ก (E-book reader) โดยใช้แทนหนังสือที่ทำมาจากกระ
ดาษหรือ Paper base ซึ่งราคาของ e-book นั้นจะมีราคาที่ถูกกว่ามาก และยังสา
มารถพกพาได้อย่างสะดวก เว็บไซต์ Times online รายงานว่า Eee Reader เครื่องอ่านอีบุ๊กของ Asus เป็นรุ่นเดียวที่มาพร้อมกับบานพับ เพื่อให้การพลิกหน้าของอีบุุ๊กคล้ายหนังสือจริงมากขึ้น เครื่องอ่านอีบุ๊กของ Asus จะมีความสามารถที่มหัศจรรย์มากๆ นั่นคือ มันแสดงผล 4 สี สามารถประชุมผ่านวิดีโอ หรือจะฮัลโหล Skype (แสดงว่าน่าจะมีลำโพง ไมโครโฟน และเว็บแคม) และท่องเน็ต โดยคาดว่าจะสามารถวางตลาดได้ก่อน 2010
• Wal-Mart มีการปรับปรุงบริการเช่า DVD ออนไลน์ ซึ่งได้เปิดให้ลูกค้าได้ทดลองใช้บริการ ด้วยค่าบริการที่ถูกกว่า พร้อมทั้งเพิ่มจำนวนไตเติลของภาพยนตร์ และศูนย์กระจายแผ่น DVD เพื่อทำให้ผู้ใช้บริการรู้สึกพอใจกับบริการสูงสุดและเพิ่มความเร็วในการให้บริการส่งแผ่น DVD บริการใหม่นี้เรียกว่า Wal-Mart DVD Rentals นั่นเอง
2. สร้างรูปแบบการทำธุรกิจแบบใหม่ (New Business model) เช่น
• ebay เป็นหนึ่งใน e-business ที่สามารถสร้างกำไรได้มาก ความสำเร็จในธุรกิจการประมูลสินค้ามีมานานถึง 50 ปี เริ่มต้นของธุรกิจ eBay คือ การจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อดำเนินการแบบ C2C ไม่มีนักขาย แต่ละขั้นตอนใช้เทคโนโลยีช่วยในการจัดการ บนเว็บ Ebay ผู้คนสามารถซื้อหรือขายในสิ่งที่ต้องการ บริษัทจะเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า และบวกค่าคอมมิชชั่นจากยอดขาย การชำระเงิน eBay มีระบบความปลอดภัย ปัจจุบันผู้ขายสามารถป้องกันจากปัญหาเช็คเด้ง และการทุจริตจากการใช้ Credit Card ระบบมีการป้องกัน Credit Card chargeback การการันตี e-checks ซึ่งเป็นกระบวนการที่ปลอดภัย และรักษาความเป็นส่วนตัว
• Amazon เป็นการขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ต การซื้อของทางอินเตอร์เน็ตนั้นโดยส่วนใหญ่จะมีโปรโมชั่นต่าง ๆ โดยเฉพาะการส่งฟรี (www.amazon.com) เป็นร้านขายหนังสือออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ต่อมา Amazon ได้เริ่มขยายตัวไปยังธุรกิจประเภทอื่น ๆ โดยประเภทของสินค้าที่ Amazon ขายในปัจจุบันมีดังนี้ หนังสือ CD เพลง DVD วิดีโอ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ ของเล่น วิดีโอเกมส์ สินค้าสุขภาพและความงาม ศิลปะและของสะสม เครื่องครัว อุปกรณ์และเครื่องตกแต่งสวน เครื่องมือที่ใช้ในบ้าน และยังมีร้าน zShops ซึ่งมีผู้จำหน่ายรายย่อยเข้าร่วมจำนวนมากและมีสินค้าที่ขายอยู่อย่างหลากหลาย พร้อมกับส่วนการประมูลหรือ Auction ซึ่งทำให้บุคคลธรรมดาสามารถนำสิ่งของของตนไปประมูลขายหรือหาซื้อสินค้าจากผู้อื่นได้ Amazon ไม่จำเป็นต้องมีทีมการตลาดในการขายสินค้าเลย เพียงแต่อเมซอนเปิดให้ บรรดา Internet Marketing ซึ่งผันตัวเองไปเป็น Affiliate Marketing เข้ามานำสินค้าในร้านของอเมซอนไปโปรโมต และแบ่งส่วนแบ่งผลกำไรเป็นค่า คอมมิสชั่น (Commission) ให้ โดยทาง Amazon รับภาระเรื่องสินค้าคงคลัง สต๊อค การเก็บเงิืน รวมไปถึงการจัดส่ง
3. ปรับเปลี่ยนรูปแบบของการติดต่อสื่อสาร เช่น การติดต่อกันผ่าน Social network, Skype และตัวอย่างอื่นดังนี้
• VoIP: Voice over IP หรือ VoIP เป็นการนำสัญญาณเสียงมาผสมรวมเข้ากับสัญญาณข้อมูล เพื่อให้สามารถส่งผ่านไปบนระบบเครือข่ายด้วยกัน โดยผ่านทางโปรโตคอลที่มีใช้กันอยู่อย่างแพร่หลาย นั่นก็คือ IP (Internet Protocol) ซึ่งโดยปกติจะใช้ IP ในการส่งสัญญาณข้อมูลเท่านั้น แต่ด้วยเทคโนโลยี VoIP นี้ ทำให้เราสามารถพัฒนาการสื่อสารผ่านสัญญาณเสียงให้สามารถสื่อสารผ่าน IP ได้ ทำให้เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของเครือข่ายโทรศัพท์ได้มากขึ้นอีกด้วย
การนำเทคโนโลยี VoIP มาใช้งานนั้น สามารถนำมาประยุกต์ในงานได้กับระบบเครือข่ายการสื่อสารข้อมูลที่มีอยู่ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ Router หรือ Switch ก็ตาม ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ เนื่องจากสามารถนำอุปกรณ์ที่มีอยู่เดิมมาใช้งานได้ สำหรับองค์กรที่นำเทคโนโลยี VoIP ไปใช้งานเพื่อเป็นการติดต่อสื่อสารกันระหว่างสาขาที่อยู่ในระยะทางไกลกัน นั้น จะทำให้องค์กรได้ประโยชน์ในแง่ของข้อมูลข่าวสารต่างๆ ระหว่างองค์กรมากยิ่งขึ้น
• Electronic Data Interchange (EDI): การสับเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange (EDI)) หมายถึง การสับเปลี่ยนเอกสารการซื้อขายทางธุรกิจระหว่างองค์กรมาตราฐาน 2 องค์กรขึ้นไปผ่านทางคอมพิวเตอร์โดยตรง สามารถนำไปใช้ได้ทั้งองค์กรภายในและองค์กรภายนอก ทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศตัวอย่าง เช่น ใบกำกับสินค้า (invoices), ใบขนของ (Bill Of Lading), และใบสั่งซื้อสินค้า (Purchase Orders) การสับเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นี้จัดว่า เป็นส่วนหนึ่งของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce :E – Commerce) ปัจจุบันเริ่มมีหลายบริษัทหลายองค์กรที่นำเอาระบบ EDI เข้าไปใช้ ตัวอย่างเช่น Customs Declaration (กรมศุลกากร – การนำเข้าส่งออกสินค้า), Purchase Order, Invoice (ธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง – การซื้อสินค้า, รายการสินค้า) Payments (ธนาคาร – การชำระเงินระหว่างองค์กร) Manifest, Bill of Lading, Airway Bill (ธุรกิจขนส่ง – การไหลเวียนของสินค้าระหว่างท่าเรือ และรวบรวมระบบท่าเรือกับผู้ขนสินค้าในประเทศ และระหว่างประเทศ) Letter of Credit (ผู้นำเข้า – ส่งออก – กระบวนการนำเข้าส่งออก)
การสับเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ สามารถประหยัดงบประมาณและเวลาได้มาก เพราะเอกสารสำหรับการซื้อขายสามารถส่งผ่านระบบสารสนเทศ จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ตลอดจนสามารถส่งผ่านถึงการสื่อสารทางไกลผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ด้วย แม้เกี่ยวกับงานพิมพ์ ผู้ใช้สามารถป้อนข้อมูลเข้าที่เครื่องคอมพิวเตอร์ต้นทาง โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาในการส่งเอกสาร ระบบของ EDI นี้ เป็นกลยุทธ์ที่อำนวยประโยชน์ได้อย่างสูง ช่วยให้เกิดความเชื่อถือได้อย่างแน่นอน โดยการเข้ารหัส (Log in) ของลูกค้าให้ถูกต้อง และสามารถทำได้ง่าย ๆ สำหรับลูกค้า หรือผู้จำหน่าย ในการที่จะส่งสินค้าจากผู้จำหน่ายสินค้า เช่น การโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกรณีที่กรมศุลกากรไทย นำเอาระบบ EDI มาใช้ในการจัดเก็บภาษีการตรวจปล่อยสินค้า การส่งเสริมการส่งออก และการป้องกันปราบปรามการลักลอบหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร เป็นต้น
4. ปรับเปลี่ยนรูปแบบการตลาดในปัจจุบันซึ่งจะเป็นแบบ Online มากขึ้น ตัวอย่างเช่น
• E-Book ในยุค Generation Y ผู้อ่านส่วนใหญ่ใช้เวลาในการอ่านหนังสือ ติดตามข่าวสาร อ่านบทความต่างๆ ที่เป็นออนไลน์กันมากขึ้น ส่งผลต่ออนาคตของธุรกิจสิ่งพิมพ์มีแนวโน้มหดตัวลง การมีไอทีเข้ามาทำให้ธุรกิจหนังสือที่ทำจากกระดาษจะลดลงไปเรื่อยๆ แต่ในอีกด้านหนึ่งธุรกิจสิ่งพิมพ์ก็สามารถนำเอาไอทีมาช่วยในการสร้างรายได้-ลดต้นทุนธุรกิจได้เช่นกัน การสร้างรายได้เพิ่มให้ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์จากการนำไอทีมาใช้ประโยชน์
• Near Field Communication (NFC) เป็นเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายระยะใกล้ระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทำงานโดยนำอุปกรณ์มาอยู่ใกล้กันเพียงระยะไม่กี่เซนติเมตร เพื่อทำธุรกรรมต่างๆ ไม่ว่าธุรกรรมทางการเงิน ตั๋วเดินทาง รวมถึงการโอนถ่ายข้อมูลปฏิทิน นามบัตร หรือ จะเป็นการเข้าใช้งานดิจิตอลคอนเทนต์ก็ย่อมได้
ประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการใช้งานเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยประยุกต์ใช้กับระบบขนส่งมวลชนทั้งรถไฟ และ รถโดยสารประจำทาง โดยใช้บัตรชนิดเดียวกันคือ FeliCa บัตรที่ใช้งานมีขนาดเท่ากับบัตรเครดิตทั่วไป และเพิ่มชิพเซต พร้อมกับโมดูลสื่อสารไร้สาย เข้าไว้ในตัวบัตร ด้วยระบบเงินดิจิตอลเป็นตัวแทนของการแลกเปลี่ยนสินค้า เช่นเดียวกับเงินตราที่เราใช้สอยกันอยู่ทุกวันนี้ ดังนั้นเราสามารถใช้เงินดิจิตอลได้ทั้งแบบเครดิต หรือจะเป็นเดบิต ออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ จากความแพร่หลายของการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์จากการใช้งานที่ง่ายๆ อย่างบัตรเครดิต มาสู่การใช้งานในระบบขนส่งมวลชน และมายังมือถือ เนื่องจากมือถือเริ่มเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิตมีผู้ใช้มากมาย พร้อมกับความคุ้นเคยกับเทคโนโลยี และ ความพร้อมของเทคโนโลยี จึงเห็นได้ว่าในญี่ปุ่น และ เกาหลี มีการใช้ Mobile payment (m-Payment) อย่างแพร่หลาย โดยสามารถกำหนดวงเงินสำหรับการใช้งานได้ เมื่อต้องการจะใช้จ่ายมากกว่าวงเงินก็ต้องใช้บัตรเครดิตหลักเดิม ถ้าเกิดการสูญหายขึ้นมาตัวโปรแกรมภายในมือถือไม่สามารถล็อกได้ แต่จะมีฟังก์ชั่นที่เครื่องมือถือสำหรับป้องกันการใช้งานฟังก์ชัน Mobile Wallet ได้ เนื่องจากเป็นการใช้งานเช่นเดียวกับบัตรเครดิต ถือได้ว่าเป็นการทำตลาดอย่างถูกต้อง เข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้บริการ
5. บริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าและSupplier เช่น
• ระบบ VMI สำหรับการจัดการ supply chain สำหรับการจัดหาสินค้าเพื่อจำหน่ายของ Wal-Mart นั้นปัจจุบันได้มีการใช้ระบบ VMI (Vendor-Managed Inventory) คือ ทาง Wal-Mart ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ตัดสินใจในการจัดหาสินค้าอีกต่อไป เป็นหน้าที่ของ Supplier หรือผู้ผลิตสินค้าให้กับ Wal-Mart ต่างหากต้องเป็นผู้ตัดสินใจว่า เมื่อใดจึงควรจะจัดส่งสินค้าที่ศูนย์กระจายสินค้าและจัดส่งมาในปริมาณเท่าไร และสินค้าอะไรบ้างที่ต้องจัดส่งมา และระบบ Retail Link ซึ่งจะเชื่อมข้อมูลยอดขายและสินค้าคงคลังไปยังคู่ค้าทั้งหมดของ Wal-Mart เพื่อให้คู่ค้าทั้ง Supplier และผู้ผลิตสามารถดูข้อมูลสินค้าของตนเองได้ เพื่อที่จะได้วางแผนการผลิตให้เหมาะสม สามารถผลิตหรือจัดหาสินค้าได้ทันเวลา และตรงความต้องการของลูกค้าและบริษัท สำหรับการเชื่อมโยงระบบทั้งหมดทั้งในส่วนที่ติดต่อภายในบริษัทเองและที่ต้องติดต่อกับ Supplier หรือผู้ผลิตนั้น Wal-Mart ใช้การติดต่อผ่านระบบดาวเทียมส่วนตัว เพื่อลดเวลาในการเดินทาง และค่าใช่จ่ายการสื่อสาร นอกจากนี้ยังมีการนำระบบควบคุมสินค้าคงคลังผ่านทางเทคโนโลยีดาวเทียม ชื่อว่า "ระบบ VSAT" (Very Small Aperture Terminal)
• DTAC Call Center เพิ่มบริการผ่านอินเทอร์เน็ต ดีแทคเอาใจคนรุ่นใหม่ พัฒนา Call Center เพิ่มระบบตอบโต้กับลูกค้าด้วยคอมพิวเตอร์และผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ลูกค้าเลือกรับบริการได้ด้วยตัวเองได้ทันที ไม่ต้องรอพนักงานมารับสายหรือให้บริการ พร้อมเติมพนักงานให้บริการภาษาเพื่อนบ้าน เช่น ลาว พม่า กัมพูชา ทำงานโดยจะเพิ่มระบบ IVR (Interactive Voice Response) หรือระบบเสียงตอบรับอัตโนมัติ,ระบบ USSD (Unstrcutured Supplementary Services Data) หรือ ระบบข้อความตอบรับอัตโนมัติ ซึ่งทำงานจากการที่ลูกค้าใช้เบอร์โทรศัพท์ของตัวเองส่งรหัสตามที่บริษัทตั้งไว้เข้าไปที่ระบบของคอลล์เซ็นเตอร์เพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวและอนุญาตให้ระบบส่งข้อมูลที่ต้องการกลับมา เช่น การเช็กยอดค่าบริการที่ใช้ไป หรือ ยอดค่าบริการคงเหลือ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีช่องทางอินเทอร์เน็ต หรือ เว็บไซต์ ที่ลูกค้าสามารถเข้าไปเลือกทำรายการด้วยตัวเองได้เช่นกัน
6. สนับสนุนการตัดสินใจ เช่น ผู้บริหารของ True สามารถเช็คยอดขายไอโฟนได้ตลอดเวลาผ่านมือถือและตัวอย่างอื่นๆ เช่น
• AIS รายงานหุ้นผ่านมือถือผ่านบริการ M-STOCK บริการ M-STOCK จัดเป็นบริการเสริมทางด้านข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการกลุ่ม ต่างๆ หรือ Information Service เพราะมีการนำเทคโนโลยี SMS ที่กำลังได้รับความนิยมและง่ายต่อการใช้งานเข้ามาเป็นเครื่องมือในการส่งข้อมูลหุ้นแบบ Real Time ใช้เวลา ไม่เกิน 3-5 วินาที ดังนั้นนักลงทุนสามารถเรียกดูข้อมูลหุ้นผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งข้อมูลทั้งหมดสามารถเรียกดูผ่านทาง SMS แบบ Real Time ด้วยวิธีง่ายๆ เพียงแค่เข้าไปในเมนู Write Message จากนั้นคีย์รหัสข้อมูลหลักทรัพย์ที่ต้องการ แล้วกดส่งไปที่เบอร์ 89988 ข้อมูลที่ต้องการจะถูกส่งกลับมาในรูปแบบของ SMS”
• เขื่อนแม่กวงใช้ระบบ Intelligent Real Time Flood Warning System ในการเก็บข้อมูลเพื่อป้องกันภัยน้ำท่วมได้ทันถ่วงที ระบบนี้เป็น 1 ในความสามารถของระบบ SCADA ซึ่งระบบ Intelligent Real Time Flood Warning System เป็นระบบเตือนภัยน้ำท่วมของลุ่มน้ำที่ต่างจากที่มีการติดตั้งในประเทศไทยก่อนหน้านี้ โดยเป็นระบบที่ สามารถพยากรณ์ก่อนเกิดฝนตกจริง เป็นระบบที่มีความซับซ้อนสูง มาก โดยจะต้องเชื่อมข้อมูล การตรวจ วัดสภาวะอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูล Real Time การเกิดฝนและพายุจากดาวเทียมตรวจวัด Tropical Rainfall ซึ่งใช้ทำนาย เพื่อประเมิน ปริมาณน้ำฝนที่จะตกจริงหรือพายุที่จะเกิดขึ้นจริงจากทาง Physical ของความชื้น, กลุ่มเมฆ, ความเร็ว, ทิศทางลม และอุณหภูมิ โดยมิใช่ข้อมูล จากสถิติ และมีระบบ GIS และ Remote Sensing ซึ่งต้องเชื่อมข้อมูลแบบ Real Time กับดาวเทียมตรวจวัด สภาพพื้นที่โลก เพื่อตรวจวัดและประเมินความสามารถ ในการรับ และระบายน้ำจริงของ พื้นที่ นอกจากนี้ต้องมีระบบ Expert System (ระบบผู้เชี่ยวชาญซึ่งนำเทคโนโลยีของ Artificial Intelligent มาใช้) สำหรับการ จัดการ ลุ่มน้ำโดยเฉพาะเพื่อประเมินสถานการณ์ จากข้อมูลจำนวนมาก ทั้งข้อมูล อุตุนิยมวิทยา, ข้อมูลอุทกวิทยา, ข้อมูลสภาพพื้นที่ เพาะปลูก, ที่อยู่อาศัย และข้อมูล การประเมินความเสียหายที่จะพึงเกิดขึ้นจากการถูก น้ำท่วม และที่สำคัญต้อง เชื่อม ข้อมูลกับระบบ SCADA เพื่อให้สามารถทำการ Control การผันน้ำและ ระบายน้ำ ไปยังพื้นที่ หรือบริเวณที่เตรียมไว้ได้
7. สร้างความสามารถในการแข่งขัน เช่น
• โรงพยาบาลสมิติเวช สขุมวิท ในปัจจุบันลูกค้าและผู้ป่วยต่างก็มีความคาดหวังต่อโรงพยาบาลมากขึ้น มีความต้องการบุคลากรมากขึ้น ทำให้การแข่งขันรุนแรง และต้นทุนสูงขึ้น เทคโนโลยีไอทีและการสื่อสารที่นำมาใช้นี้ จะเชื่อมโยงทุกแผนกของโรงพยาบาลเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกันลูกค้าและผู้ป่วยที่มาใช้บริการของโรงพยาบาลก็สามารถเชื่อมต่อกับโลกภายนอก และขอรับบริการต่างๆ ของโรงพยาบาลได้สะดวก และทำงานได้ง่ายขึ้นด้วย สำหรับไฮไลท์คือบริการ ไอพีโฟน ซึ่งเป็นระบบการสื่อสารที่ช่วยให้บริหารต้นทุนการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบของซิสโก้นอกจากจะเพิ่มความสะดวกด้านการสื่อสารภายในองค์กรแล้ว ยังช่วยประหยัดเวลาให้แก่พยาบาลด้วย อาทิ ระบบส่งข้อความและมัลติมีเดียแบบอินเทอร์แอคทีฟผ่านจอแบบอินเตอร์แอกทีฟ ให้แพทย์ ล่าม ผู้ป่วยคุยกันได้พร้อมๆ กันแม้ว่าล่ามจะไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาลก็ตาม “ผู้ป่วยสามารถขอรับบริการต่างๆ เช่น น้ำ ผ้าห่ม ได้โดยตรงโดยไม่ต้องเรียกพยาบาลหรือการสื่อสารผ่านพยาบาล ระบบ patient discharge ที่จะสั่งการไปยังแผนกต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้คำนวณค่าใช้จ่าย จัดยา เตรียมเอกสารต่างๆ ให้พร้อมเมื่อผู้ป่วยจะกลับบ้าน เมื่อทุกฝ่ายแจ้งกลับมาว่าดำเนินการเสร็จแล้ว ระบบจะส่งข้อความบอกพยาบาลผู้รับผิดชอบในครั้งเดียว ทำให้พยาบาลมีเวลามากขึ้นในการดูแลผู้ป่วย สมิติเวช ยังได้ร่วมมือกับทรูในการให้บริการอินเทอร์เน็ตทั่วโรงพยาบาล
• HSBC ด้วยจุดแข็ง "เครือข่าย" ทั่วโลกของกลุ่มเอชเอสบีซี พร้อมใจกันเปิดตัวศูนย์บริการเอชเอสบีซี พรีเมียร์ 250 แห่งทั่วโลก ซึ่งเป็นบริการทางการเงินแบบส่วนบุคคลที่เชื่อมโยงเครือข่ายทั่วโลกเป็นครั้งแรก เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เอชเอสบีซี ในไทย เริ่มให้บริการบริหารความมั่งคั่งทางการเงินกับกลุ่มลูกค้า เนื่องจากลูกค้ามีความต้องการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ซึ่งพบว่าปัจจุบันลูกค้าพรีเมียร์ทั้งหมดของธนาคารเอชเอสบีซี มีการเม็ดเงินในบัญชีเงินฝากประจำและตั๋วแลกเงินโดยเฉลี่ย 10 ล้านบาทต่อรายฉะนั้น เอชเอสบีซี จึงเปิดศูนย์บริการสำหรับลูกค้าพรีเมียร์ด้วยรูปแบบการตกแต่งให้ทันสมัยเหมือนกันทั่วโลก เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์ชอบการเดินทางไปต่างประเทศและต้องการบริหารการเงินอย่างไม่หยุดนิ่ง แต่มีเงื่อนไขอยู่ที่ต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำ 3,000,000 บาทขึ้นไปในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ทั้งบัญชีเงินฝากหรือกองทุน เอชเอสบีซี ตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มจำนวนลูกค้ากลุ่มพรีเมียร์ 100% ภายในปีนี้ และเพิ่มขึ้น 250% อีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งกุญแจสู่ความสำเร็จ คือ การให้บริการทางการเงินส่วนบุคคลแบบครบวงจรและมีการเชื่อมโยงบริหารการเงินทั่วโลก เพื่อทำให้มีภาพลักษณ์เป็นธนาคารระดับสากลอย่างจริง นอกเหนือจากศูนย์บริการเอชเอสบีซี พรีเมียร์ แล้วยังมีบริการและสิทธิประโยชน์ที่ธนาคารเอชเอสบีซี จัดไว้เป็นพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกเพิ่มเติม นั่นคือ บริการเปิดบัญชีในต่างประเทศล่วงหน้าโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ก่อนเดินทางไปทำงานหรือศึกษาต่อในต่างประเทศ, บริการบัตรเครดิตเอชเอสบีซี พรีเมียร์ มาสเตอร์การ์ด ที่มอบส่วนลดและสิทธิพิเศษกว่า 40 ประเทศและเขตปกครอง จากรายการ home & Away, บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก ซึ่งบริการออกบัตรเครดิตใบใหม่ในกรณีบัตรสูญหายหรือถูกขโมย และบริการเบิกถอนเงินสดฉุกเฉิน, บริการข้อมูลเชิงลึกของตลาดในประเทศและต่างประเทศ เพื่อช่วยในการตัดสินใจลงทุน เป็นต้น นี่คือ อีกก้าวย่างหนึ่งของธนาคารเอชเอสบีซี ที่อาศัยจุดแข็งเรื่องเครือข่ายทั่วโลกผ่านระบบสารสนเทศ เพื่อนำมาใช้บุกตลาดในพื้นที่ที่มีการลงทุนไว้
8. เพื่อความอยู่รอดขององค์กร หากไม่มีระบบ IT มาช่วยในการเพิ่มศักยภาพ ก็อาจไม่สามารถแข่งขันกับองค์กรอื่นที่มีระบบ IT มาช่วยบริหารจัดการได้ เช่น
• บริษัท BMS (Bristol-Myers Squibb) ในอเมริกา เป็นผู้นำทางด้านการผลิตยา เวชภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพและความสวยความงาม จำหน่ายสินค้าให้กับบริษัท เช่น ร้านขายยา โรงพยาบาล และร้านค้าปลีก บริษัทมีคู่แข่งทางธุรกิจประเภทเดียวกันเป็นจำนวนมากทั้งบริษัทผู้ขายตรงขนาดเล็กและขนาดใหญ่ และยากมากที่บริษัทจะรักษาคู่ค้า (Partner) เอาไว้กับตนเอง ดังนั้นบริษัทจึงพยายามปรับตัว เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้โดยการนำ IT เข้ามาใช้และพัฒนาโครงการ Web-Base ระบบ Supply Chain และระบบ E-procement รวมทั้งได้ปรับโครงสร้างองค์กรเสียใหม่ จากเหตุการณ์นี้ทำให้บริษัทได้รับประโยชน์ในการลดจำนวนเอกสารในการดำเนินงาน (paperless) ลดข้อผิดพลาดเรื่องข้อมูลข่าวสาร (Cut down on error) และสามารถขายตรงได้
• บริษัท เกรซ ออฟ อาร์ท จำกัด ด้วยความเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กที่มีรายได้หลักจากกรับจ้างผลิตสินค้าอัญมณีตามความต้องการของลูกค้าจากต่างประเทศ ครั้นเมื่อสภาพตลาดอัญมณีโลกเริ่มเปลี่ยนและมีคู่แข่งที่เป็นผู้รับจ้างผลิตจากจีนเข้ามาแย่งลูกค้าด้วยกลยุทธ์ราคาที่ต่ำ บริษัท เกรซ ออฟ อาร์ท จำกัด ต้องปรับกระบวนท่าทางธุรกิจอย่างมากจนกระทั่งกลับมาแข่งขันในตลาดอัญมณีโลกได้อย่างสง่างามอีกครั้งหนึ่ ซึ่งเบื้องหลังของความสำเร็จครั้งนี้เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ IT มีบทบาทอย่างมากบริษัท เกรซ ออฟ อาร์ท จำกัด ผู้ผลิตอัญมณีไทยขนาดกลางโดนแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรงจนรายได้ถดถอยต่อเนื่อง ทำให้บริษัทต้องตัดสินใจปรับกลยุทธ์ธุรกิจจากการรับจ้างผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้า มาเป็นการออกแบบเครื่องประดับด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นของตนเองแล้วนำไปเสนอขายให้ลูกค้าแทน ซึ่งด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว เชื่อว่าจะสามารถช่วยให้บริษัทพอจะมียอดสั่งซื้อเข้ามาทดแทนส่วนที่หายไป เมื่อปรับทิศธุรกิจจากการผลิตในลักษณะ Mass Production มาสู่การผลิตที่เน้นดีไซน์ (Design-based Production) ทำให้ประบวนการทำงานในขั้นตอนของการผลิตมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ทั้งเรื่องของขั้นตอนการทำงาน รวมถึงปริมาณของวัตถุดิบที่ต้องบริหารจัดการ ทำให้ต้องมองหาตัวช่วยนั่นก็คือระบบไอที ซึ่งได้เข้ามามีบทบาทในการช่วยให้ระบบการผลิตที่เป็นหัวใจของธุรกิจ บริษัท เกรซ ออฟ อาร์ท จำกัดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพระบบไอทีที่นำมาใช้ ก็คือ ระบบบริหารจัดการทรัพยากรขององค์กรหรืออีอาร์พี (ERP: Enterprise Resource Planning) ระบบดังกล่าวได้เข้ามาช่วยในกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ คือ ตั้งแต่การบริหารจัดการระบบสต็อกวัตถุดิบ ไปจนถึงระหว่างกระบวนการผลิตที่ขั้นตอนการผลิต ด้วยระบบ ERP บริษัทสามารถเห็นสถานะของสต็อกแบบเรียลไทม์ ทำให้รู้ว่าวัตถุดิบตัวไหนที่ต้องสั่งเพิ่มบ้าง หรือต้องเตรียมสั่งเพิ่มเมื่อใด เมื่อระบบคอมพิวเตอร์คำนวณให้จากปริมาณออร์เดอร์ที่เข้ามา
1.3 Digital Firms
เป็นองค์กรที่กระบวนการทำธุรกิจขององค์กรอยู่บนพื้นฐานของระบบ Digital Network ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า การบริหารความสัมพันธ์กับSupplier หรือการบริหารกระบวนการภายในองค์กร
Digital Economy (เศรษฐกิจเชิงดิจิทัล)
เป็นการใช้ระบบเว็บเบสบน อินเตอร์เน็ต และเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เศรษฐกิจเชิงดิจิทัล ยังอาจเรียกว่า Internet economy, New economy หรือ Web economy (content providers) โดยทั่วไปแล้วมักใช้กับผลิตภัณฑ์ที่สามารถเปลี่ยนไปในรูปdigitalได้ เช่น เพลง นอกจากนี้ยังใช้กับพวกsymbols, tokens และ concept เช่น ตั๋วเครื่องบิน, barcode , RFID เป็นต้น อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับกระบวนการและการให้บริการต่างๆ เช่น การซื้อสินค้า, การโอนเงิน ,การจองตั๋วต่างๆ เป็นต้น
1.4 Changing role of IT personals
พัฒนาการของ IT เปลี่ยนแปลงจากเดิมเป็นอย่างมาก จากอดีตที่ใช้เครื่อง Mainframe ซึ่งเป็นเครื่องขนาดใหญ่ในการเก็บข้อมูล จากนั้นพัฒนามาเป็น Client Server เป็นการใช้คอมพิวเตอร์แม่ข่าย ต่อมาก็เป็นยุคของInternet ช่วงยุค 1990 และล่าสุดเป็น Social Computing ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อระหว่างคนกับคน
1.5 Hot Trends in IT
Green IT: ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าทุกธุรกิจให้ความสำคัญถึงสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น ซึ่ง Green Technology เองก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้น เป็นเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยหาวิธีการ หรือคิดค้นสินค้าใหม่เพื่อให้กระทบกับสภาพแวดล้อมน้อยที่สุด ตัวอย่างเช่น Blade server
Web 1.0 VS. Web 2.0: Web1.0 หมายถึง ข้อมูลถูกกำหนดโดย web master ทำให้ผู้ใช้ภายนอกไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้มากนัก Web 2.0 หมายถึง เจ้าของเว็บเป็นแค่ platform ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น Facebook, youtube
IT Risk Management: ในประเทศไทยมีอาชญากรรมมากขึ้นโดยเฉพาะ Phishing ซึ่งเป็นการปลอมแปลง เลียนแบบเว็บ เพื่อให้ผู้ถูกหลอกลวงใส่ account หรือ password
Telecommuting: เป็นรูปแบบการทำงานในลักษณะ anywhere และ anytime ลูกจ้างสามารถทำงานได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ เป็นการลด cost ขององค์กร
RFID: เทคโนโลยี RFID (Radio Frequency Identification) มีประโยชน์ในการบริหาร logistics และ Supply chain ซึ่งเริ่มมีการใช้แทนที่บาร์โค้ดเพิ่มขึ้นมาก โดยมีข้อมูลมากกว่าบาร์โค้ด และการ identify สินค้าด้วย RFID ไม่จำเป็นต้องอยู่ในระนาบเดียวกัน และสามารถอ่านจากหลายๆ tag ในเวลาเดียวกันได้ ปัจจุบันมีใช้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น โรงพยาบาล รถไฟฟ้า ห้องสมุด ซึ่งนิด้ากำลังนำมาปรับใช้กับระบบห้องสมุด
FaceTime: เป็นบริการเรียกสายแบบเห็นหน้าค่าตากันด้วยวิดีโอ (video calling service) จากกล้องด้านหน้าบน iPhone 4 โดยการเรียกสายคู่สนทนาในรูปแบบวิดีโอทำให้เห็นหน้ากันได้นั้น เป็นการทำงานผ่านเครือข่าย WiFi
QR code: คือรหัสชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลได้ โดย QR Codeหรือเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า two-dimensional bar code (2D bar code) มีหน้าที่ไว้เก็บข้อมูลต่างๆ ได้ เหมือนกันแต่ว่าเร็วกว่า ใช้งานง่ายกว่าและมีลูกเล่นเยอะกว่า Bar Code ซึ่งเราจะพบสัญลักษณ์นี้ได้บ่อยๆ บนพวกสินค้า ป้ายโฆษณา หนังสือ หรือสื่อโฆษณาต่างๆ เราสามารถติดตั้งซอฟต์แวร์สำหรับอ่าน QR Codeหรือ 2D Bar Code นี้ไว้ในโทรศัพท์มือถือได้ง่ายๆ และเมื่อพบ QR Codeในแมกกาซีน หรือป้ายโฆษณา Bill Board ก็สามารถเอามือถือไปสแกนแล้วรอซักพักโปรแกรมก็จะแสดงข้อมูลเป็นตัวอักษรขึ้นมา เข่น URL เว็บไซต์หรือข้อมูลอื่นๆ ซึ่งสะดวกและรวดเร็วมาก
Convergence (การหลอมรวม) มีองค์ประกอบด้วยกัน 4 ด้าน คือ
1. Content Convergence การรวบเนื้อหาสาระที่ผสมผสานทั้งภาพ
2. Network Convergence การรวบรวมเครือข่าย
3. Device Convergence การรวมอุปกรณ์
4. Customer service Convergence (ผู้บริโภค)
Foursquare: เป็นการผสมผสานกันของ Social Network และ สถานที่ (Location) ซึ่งเมื่อทั้งสองอย่างมาร่วมกันเลยเกิดเป็น "Location-Based Social Network" เป็นบริการบนเว็บไซต์ + โทรศัพท์มือถือ ที่เปิดโอกาสให้คนที่เป็นสมาชิกสามารถบอกเพื่อนๆ ใน Network ของเค้าว่า ตอนนี้เค้าอยู่ไหน โดยเราเรียกการแจ้งว่าเราอยู่ไหนผ่านโทรศัพท์มือถือใช้เราเรียกว่าการ "Check-in" โดยทุกครั้งที่คุณ Check-in คุณก็จะได้ แต้ม (Point) เป็นรางวัลในแต่ละครั้งที่ โดยคุณสามารถแจ้งได้ทั้งในวันทำงาน และวันหยุด และยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับ Social Network ดังๆ ได้อีกด้วย เช่น facebook และ Twitter
2. Business Model
Definitions:
Business model (รูปแบบทางธุรกิจ) หมายถึง กระบวนการในการดำเนินธุรกิจที่ทำให้บริษัทมีรายได้และผลกำไรเพื่อทำให้บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ซึ่งรูปแบบทางธุรกิจ (Business Model)นี้ช่วยเพิ่มมูลค่าของสินค้าและบริการของบริษัท
Business plan (การวางแผนธุรกิจ) เป็นการอธิบาย Business model ของบริษัท เพื่อให้การทำงานสำเร็จไปตามเป้าหมาย
E-commerce business model เป็นการทำ Business model โดยผ่านทางสารสนเทศที่มีคุณภาพ เช่น internet และ web
องค์ประกอบของ Business Model
2.1 Value proposition (กระบวนการในการสร้างและส่งมอบ คุณลักษณะที่มีคุณค่า)
เป็นกระบวนการที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะต้องมุ่งสร้างและส่งมอบคุณลักษณะที่มีคุณค่าให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ด้วยต้นทุนต่ำสุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด องค์กรจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องออกแบบหรือปรับเปลี่ยนกระบวนการทาง ธุรกิจใหม่ให้เหมาะสมกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม และคุณลักษณะที่มีคุณค่าแต่ละแบบ
ในการทำ Value proposition นั้น ควรจะมีการตั้งคำถามเพื่อให้เป็นแนวทางที่ง่ายต่อการดำเนินการดังนี้
• ทำไมลูกค้าจึงเลือกที่จะทำธุรกิจกับบริษัทของเราแทนที่จะเป็นบริษัทอื่นๆ
• บริษัทเราสามารถที่จะจัดการหรือให้อะไรที่บริษัทอื่นๆไม่มีหรือไม่สามารถทำได้
ตัวอย่าง Value proposition ที่ประสบความสำเร็จ
• Personalization (ระบบความเป็นส่วนตัว) คือ กระบวนการนำเสนอเนื้อหา หรือบริการและสินค้า โดยพิจารณาจากลักษณะของพฤติกรรมของผู้ใช้การบริการ ถ้าเราขายหนังสือผ่านทางเว็บไซด์ ระบบจะช่วยให้เราทราบว่าหนังสืออะไรที่ลูกค้าของเราชอบ ไม่ชอบ จำเป็น หรือต้องการ
• Customization คือ รูปแบบการให้บริการที่สามารถปรับแต่งการใช้งานให้มีความเหมาะสมกับ ผู้ใช้บริการภายในเว็บไซต์ เนื่องจากเว็บไซต์จะเป็นช่องทางการสื่อสารที่แตกต่างจาก ช่องทางอื่นๆ โดยสามารถปรับแต่งรูปแบบของ ข้อมูลให้สามารถตรงกับความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างดี และยังสามารถเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้ได้ จากการเก็บข้อมูลของผู้ใช้ผ่านทางเว็บไซต์ โดยการใช้เว็บไซต์ปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการของ ผู้ใช้สามารถปรับได้หลายรูปแบบ ได้แก่ service Customization, commerce Customization , information Customization เป็นต้น
• Reduction of product search, price discovery costs
• Facilitation of transactions by managing product delivery
2.2 Revenue Model
ใช้เพื่ออธิบายว่าบริษัทสามารถได้รายได้, สร้างกำไร และ สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างไร แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักๆ คือ
1. Advertising revenue model รายได้จากการโฆษณา เช่น การโฆษณาผ่านทาง google adwords
2. Subscription revenue model รายได้จากค่าสมาชิก เช่น สมัครสมาชิก journal เป็นต้น
3. Transaction fee revenue model รายได้จากกระบวนการที่จับผู้ซื้อและผู้ขายมาเจอกัน เช่น Ebay, Amazon เป็นต้น
4. Sales revenue model รายได้จากการขายสินค้าและบริการ
5. Affiliate revenue model รายได้จากการอ้างอิง เช่น โฆษณาอ้างอิงมาจาก website เป็นต้น
2.3 Market Opportunity
อ้างอิงถึง market space ที่บริษัทตั้งใจจะทำตลาด และโอกาสทางการเงินที่มีประสิทธิภาพทั้งหมดจะทำให้บริษัทเข้าไปถึง market space นั้นได้
Marketspace เป็นพื้นที่ของคุณค่าในเชิงพาณิชย์ที่มีประสิทธิภาพ หรือเป็นจริง ซึ่งบริษัทจะเข้าไปดำเนินการ หรือกล่าวได้ว่าเป็นการตลาดบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งรู้จักกันภายใต้ชื่อ “การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” (Electronic Commerce : E-Commerce)
2.4 Competitive Environment
กล่าวถึง บริษัทอื่นๆที่มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ หรือให้บริการเดียวกัน มีอิทธิพลโดย
• จำนวนคู่แข่งหลัก
• Market share ของคู่แข่ง
• ความสามารถในการทำไรของคู่แข่ง
• การตั้งราคาของคู่แข่ง
ซึ่งคู่แข่งในที่นี้รวมถึงคู่แข่งทั้งโดยตรงและโดยอ้อม
2.5 Competitive Advantage (ข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน)
• จะประสบความสำเร็จเมื่อ สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่า หรือนำผลิตภัณฑ์ที่ถูกกว่าเข้าสู่ตลาดมากกว่าคู่แข่ง
• First mover advantage
• Unfair competitive advantages or asymmetries
• Leverage: เมื่อบริษัทใช้ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่เหนือกว่าคู่แข่ง เพื่อขยายตลาด
2.6 Market Strategy (กลยุทธ์ทางการตลาด)
เป็นการวางแผนเพื่อให้บริษัท สามารถเข้าสู่ตลาดใหม่ และดึงดูดลูกค้าได้ แนวคิดทางการตลาดที่ดีที่สุด จะประสบความสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการทำการตลาดให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ
2.7 Organization Development (การพัฒนาองค์กร)
มีการวางแผนให้บริษัทสามารถบริหารจัดการงานต่างๆให้ประสบผลสำเร็จ มีการแบ่งงานไปตามหน้าที่ ความรับผิดชอบของแต่ละหน่วย การจ้างงานเปลี่ยนจากงานทั่วไปเป็นงานเฉพาะมากยิ่งขึ้น
2.8 Management Team
• พนักงานของบริษัทมีความรับผิดชอบต่อองค์กร
• ทีมบริหารที่แข็งแรง สามารถให้ความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุนภายนอกได้อย่างทันที
• ทีมบริหารที่แข็งแรง จะไม่แก้ไขแผนธุรกิจที่ไม่ดี แต่จะสามารถเปลี่ยนแปลงและสร้างแผนธุรกิจใหม่ที่จำเป็นมากกว่า
3. Interesting Topic (เพิ่มเติม)
3.1 SWOT Analysis
เป็นเครื่องมือในการประเมินสถานการณ์ สำหรับองค์กร หรือโครงการ ซึ่งช่วยผู้บริหารกำหนดจุดแข็งและจุดอ่อนจากสภาพแวดล้อมภายใน โอกาสและอุปสรรคจากสภาพแวดล้อมภายนอก ตลอดจนผลกระทบที่มีศักยภาพจากปัจจัยเหล่านี้ต่อการทำงานขององค์กร ประกอบไปด้วย
S มาจาก Strengths หมายถึง จุดเด่นหรือจุดแข็ง ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน เป็นข้อดีที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในบริษัท เช่น จุดแข็งด้านส่วนประสม จุดแข็งด้านการเงินจุดแข็งด้านการผลิต จุดแข็งด้านทรัพยากรบุคคล บริษัทจะต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งในการกำหนดกลยุทธ์การตลาด
W มาจาก Weaknesses หมายถึง จุดด้อยหรือจุดอ่อน ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน เป็นปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในต่างๆ ของบริษัท ซึ่งบริษัทจะต้องหาวิธีในการแก้ปัญหานั้น
O มาจาก Opportunities หมายถึง โอกาส ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นผลจากการที่สภาพแวดล้อมภายนอกของบริษัทเอื้อประโยชน์หรือส่งเสริมการดำเนินงานขององค์กรโอกาสแตกต่างจากจุดแข็งตรงที่โอกาสนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายนอก แต่จุดแข็งนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายใน นักการตลาดที่ดีจะต้องเสาะแสวงหาโอกาสอยู่เสมอ และใช้ประโยชน์จากโอกาสนั้น
T มาจาก Threats หมายถึง อุปสรรค ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นข้อจำกัดที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งธุรกิจจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องและพยายามขจัดอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ได้จริง
3.2 Long tail Theory
ทฤษฎีบทข้อหลักๆ ของ Long Tail นั้น มีอยู่ข้อเดียว นั่นก็คือ การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบความสนใจในสินค้า/บริการของผู้บริโภค ที่มี แนวโน้มจะเป็นไปอย่างเจาะจงเฉพาะกลุ่ม และแต่ละกลุ่มจะมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ (Niche Market)จุดเปลี่ยนจุดหนึ่งที่ทำให้ความสนใจของผู้บริโภคถูกชี้เฉพาะและแบ่งย่อยลงไปเรื่อยๆ ก็คือ การพัฒนาการของ Technology Internet นั่นเองตามหลักของทฤษฎีทางการตลาดที่ว่าด้วยเรื่องของ Consumer Behaviour นั้น มีแนวคิดที่ว่า จริงๆแล้วมนุษย์นั้นมีความต้องการอยหน้าที่ของนักการตลาดก็คือการทำให้ ผู้บริโภค Aware ในความต้องการนั้นๆให้ได้นั่นเองซึ่งในจุดนี้ Internet เป็นช่องทางหนึ่งที่ไปเปิดประตูหลายๆ บ้านให้กับผู้บริโภคได้ตระหนักรู้ ได้ aware ว่าจริงๆ แล้วตัวเองนั้นมีความต้องการอะไรซ่อนอยู่บ้าง! Internet เป็น Backbone หลัก ที่นำข้อมูลจำนวนมหาศาลเข้าไป Input ลงในสมองของผู้บริโภค แล้วไปกระตุ้นให้ผู้บริโภคได้รู้จักตัวเองอย่างถ่องแท้ ว่าจริงๆ แล้วตัวเองมีความต้องการแบบไหนที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองซ่อนอยู่ จะสังเกตได้ว่าปัจจุบันนี้กลุ่มตลาด Niche แต่ละกลุ่ม เมื่อนำมารวมกันแล้ว อาจจะมากกว่าปริมาณของ Mass Market เสียอีก ด้วยความที่ Internet ลดพรมแดนการเชื่อมต่อของคนทั้งโลกลง ทำให้ของที่ฮิตที่ฮารา- จูกุ ในตอนนี้ กลายมาเป็นของที่คนในกรุงเทพฯ ถวิลหาและต้องการในเวลาที่แทบจะพร้อมๆ กัน นี่เป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งที่จะทำให้เกิด Segment ใหม่ๆเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในกลุ่มผู้บริโภคของทุกวันนี้ เมื่อ Technology Internet เข้มแข็ง เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ เครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ Internet เป็น Median อย่าง Social Media ก็เริ่มก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดในปัจจุบัน
3.3 Pareto Law (กฎ 80/20)
จากเรื่องกฎ 80/20 กฎเศรษฐศาสตร์มหัศจรรย์ ซึ่งกฎ 80/20 หรือกฎของ Paretoได้กล่าวถึงปรากฎการณ์ที่แสดงถึงความไม่สมดุลที่พบเห็นในโลกที่แสดงให้เห็นว่าผลลัพธ์ (Output) ส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการทำงาน (หรือ Input) ส่วนน้อย ซึ่งกฎ 80/20 นี้ได้มีการประยุกต์ใช้ในหลายศาสตร์ในเวลาต่อมา โดยเฉพาะในด้านการบริหาร เช่น การบริหารสินค้าคงคลัง (Inventory Management) การบริหารคุณภาพ (Quality Management) หรือ การปรับกระบวนงานทางธุรกิจ (Business Process Reengineering) อย่างไรก็ตามกฎ 80/20 นี้ ได้ถูกพิสูจน์ว่าไม่เป็นความจริงในโลกออนไลน์ เนื่องจากสมมติฐานของการมีอยู่จำกัดของทรัพยากรที่เป็นสมมติฐานเบื้องต้นของนักเศรษฐศาสตร์ได้ถูกทำลายไปผู้พิสูจน์กฎที่ย้อนศรกฎของ Pareto นี้ มีชื่อว่า Chris Anderson โดยตั้งกฎนี้ว่า “The Long Tail”
3.4 Five Forces Model
“Porter’s Five Competition Forces Model” ที่พัฒนาขึ้นมาโดยพอร์ตเตอร์ (Porter) เพื่อนำมาใช้ในประเมินสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งพอร์ตเตอร์เห็นว่ามีปัจจัยที่สำคัญที่จะต้องนำมาวิเคราะห์ 5 ปัจจัย ได้แก่
(1) สภาพการณ์ของการแข่งขัน (Rivalry) โดยการวิเคราะห์เกี่ยวกับคู่แข่งขันทั้งหมดที่มีอยู่ในธุรกิจเดียวกันโดยอาจต้องวิเคราะห์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้เพราะกลไกการค้าเสรีในยุคโลกาภิวัฒน์ที่มีการเคลื่อนไหวทุนได้อย่างรวดเร็วอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจที่เป็นอยู่ การวิเคราะห์ขนาดของคู่แข่งขัน กำลังการผลิต เงินทุน ส่วนแบ่งการตลาด กลยุทธ์ของคู่แข่งขัน รวมถึงสภาพเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อการแข่งขัน
(2) อำนาจการต่อรองของผู้บริโภค (Bargaining Power of Customers) โดยการวิเคราะห์เพื่อให้ทราบอำนาจการต่อรองของผู้บริโภคว่ามีมากน้อยเพียงใด ถ้ามีการแข่งขันในทางธุรกิจสูงและผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทโดยเฉพาะในแง่ของรายได้ และส่วนแบ่งการตลาดที่ลดลง
(3) อำนาจการต่อรองของผู้ผลิต (Bargaining Power of Suppliers) เป็นการวิเคราะห์เกี่ยวกับ ผู้ผลิตที่ขายวัตถุดิบต่าง ๆ ให้แก่บริษัทเรา โดยการวิเคราะห์การพึ่งพาจากผู้ผลิต ถ้าธุรกิจเราต้องมีการพึ่งพาผู้ผลิตรายหนึ่ง ๆ สูงก็จะมีความเสี่ยงของการประกอบธุรกิจมากขึ้น เพราะถ้าผู้ผลิตรายนั้นไม่สามารถส่งวัตถุดิบได้ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ก็จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของเราทันที
(4) การเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ (Threat of new Entrants) โดยการวิเคราะห์ว่ามีความยากง่ายในการเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่มากน้อยเพียงใด ถ้าการเข้ามาของผู้ประกอบรายใหม่สามารถทำด้ง่ายและสะดวกก็จะต้องทำให้บริษัทอาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจได้ง่าย
(5) การมีสินค้าและบริการอื่นทดแทน (Threat of Substitute) โดยการวิเคราะห์ว่าสินค้าและบริการที่บริษัทมีอยู่นั้น มีโอกาสหรือไม่ที่จะมีสินค้าและบริการอื่นเข้ามาทดแทนสินค้าและบริการเดิมของบริษัท ซึ่งอาจทำให้รายได้จากการขายสินค้าและบริการลดลง รวมถึงส่วนแบ่งการตลาดที่ลดลงในอนาคต
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Porter_five_forces_analysis
3.5 FaceTime และหลักการทำงาน
FaceTime คือบริการสายสนทนาแบบเห็นหน้าเห็นตากันในรูปแบบ Video Call โดยใช้ได้ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง แต่โดยปกติจะเป็นกล้องหน้า iPhone 4 และที่ FaceTime แตกต่างจาก Video Call ทั่วไป ก็คือมันใช้รูปแบบการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายของ Wi-Fi ในการส่งข้อมูล video และที่สำคัญคือไม่เสียค่าโทรออก ซึ่งตรงนี้เป็นข้อจำกัดในการใช้ face time คือ จะต้องมี wifi สำหรับเกาะเท่านั้น ส่วนคำถามถัดมาคือ แล้วถ้าเรามี 3G สำหรับใช้งานแล้วล่ะ เราจะยังสามารถใช้ face time ได้หรือไม่คำตอบคือ ยังไม่ได้ ณ ตอนนี้
หลักการทำงานของ facetime
กระบวนการจะเริ่มตั้งแต่ ตอนที่เราใส่ sim card เข้าไป ตัวเครื่องเอง จะทำการส่ง SMS ไปยังต่างประเทศเพื่อขอ Code สำหรับ Activate FaceTime จาก Apple และเหตุผลที่ต้องมีการแสดงตัวกับระบบของ Apple เนื่องจากการออกแบบให้เกิดความง่ายความและตัดความยุ่งยากในการที่ต้องมากรอกข้อมูลหลายๆส่วนในฝั่งของผู้ใช้ คือพูดง่ายๆคือ เราไม่จำเป็นจะต้องไปใส่ username และ password ทุกๆครั้ง ในการ ใช้งาน facetime เพราะทั้งหมดนั้นตัว iphone เครื่องของเรา ได้มี การพิสูจน์สิทธิ์(Authentication) ในการใช้ กับ server apple ไว้เรียบร้อยแล้ว ทำให้เราสามารถใช้งาน facetime ได้ในทันที
ประเด็นถัดมาคือ facetime ใช้อะไร ในการ reference ถึงตัวเรา ถ้าอย่างระบบ computer เรามี IP address ให้อ้างอิงในการส่งข้อมูล หรือ อย่างระบบไปรษณีย์เรามีบ้านเลขที่ แขวง เขต รหัสไปรษณีย์ในการส่งข้อมูล แล้ว facetime ใช้อะไร ในการส่ง คำตอบคือ ตั้งแต่ตอนแรกที่เรา ใส่ sim card เข้าไป iphone ก็จะทำการ ส่ง sms ไปยัง server ที่ต่างประเทศ และ ขอ code ไว้ reference โดยที่ระบบ จะทำการนำ Integrated Circuit Card ID (ICCID) ผูกกับ เบอร์โทรศัพท์ของเรา เพื่อให้ได้ code ในการ reference ถึงตัวเรา หลังจากเราได้ที่อยู่ในการอ้างอิง เพื่อให้ระบบ หลังบ้านของ facetime ในทีนี้ คือ server ส่งข้อมูลที่เป็น video มาถึงเราเเล้ว ที่นี้ก็มาถึงกระบวนการหลังบ้าน ซึ่ง Facetime จะเอาหลัก ของ VOIP มาใช้ โดยที่เริ่มจาก video ที่ใช้ในการส่ง iphone จะใช้ codec ที่เป็น H.264 ในการบีบอัดข้อมูล ผ่านกระบวนการของ VOIP ที่มีการใช้ โปรโตคอล RTP เข้ามาช่วยเพื่อให้ video ที่สื่อสารกันนั้นมีความต่อเนื่องมากขึ้น และใช้ SRTP เพื่อ ป้องกันการดักข้อมูลของเราขณะสื่อสารจากบุคคลที่ไม่ประสงค์ดี
3.6 บทวิเคราะห์ กสทช
จากประเด็น เรื่องการจัดการคลื่นความถี่ และการอนุมติ การใช้งาน 3G ในประเทศไทย ที่ยืดเยื้อ กันมานาน ขณะนี้ดูมีเค้าลางใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด โดยเมื่อวันที่ 10 พ.ย.53 ที่ผ่านมาที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 228 ต่อ 2 เสียง โดย พรบ นี้ จะออกมาเพื่อ จัดการ รูปแบบคลื่นความถี่ เพื่อให้สอดคล้อง กับระบบ convergence โดยจะทำการ รวมสององค์กร ได้แก่ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสช.) โดยจะยุบรวมเป็น องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช นั่นเอง นอกจากนี้ ยังช่วยแก้ไขปัญหาวิทยุชุมชนที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ รวมทั้งยังเข้ามาจัดระเบียบในส่วนของเคเบิล ทีวีดาวเทียม ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จากที่ผ่านมาการดูแลและควบคุมเป็นไปได้ยาก เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านวิทยุและโทรทัศน์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นจึงมีการดูแลแค่เพียงในฝากโทรคมนาคม เมื่อหน่วยงานนี้เกิดขึ้นมาจะทำให้มีการจัดระเบียบได้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ดี เมื่อมีความคิดเห็นที่เห็นชอบแล้วก็เป็นธรรมดาที่จะมีเสียงคัดค้านตามมา โดยถ้าร่างกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้จะทำให้เกิดทุนใหญ่กินทุนเล็ก ทุนต่างชาติฮุบทุนไทย ซึ่งกิจการวิทยุชุมชนที่ผู้มีทุนน้อย สามารถดำเนินกิจการได้ก็จะตายไปในที่สุด นอกจากนี้ก็ยังขาดความชัดเจนใน เรื่องการคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ได้กำหนดว่าให้คืนเมื่อใด ซึ่งเรื่องนี้จะเสี่ยงต่อการถกเถียงตามมาและไม่สามารถนำคลื่นไปจัดสรรใหม่ได้
นอกจากนี้ จากกฎหมายฉบับดังกล่าวยังมีโครงสร้างที่ไม่สมบูรณ์ไม่ครอบคลุม โดยเฉพาะการกำกับดูแลกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ เนื่องจากไม่มีเส้นแบ่งทางด้านเนื้อหา เนื่องจากปัจจุบันเนื้อหาที่จะต้องผ่านโครงการโทรคมนาคม วิทยุ โทรทัศน์ ไม่มีการควบคุมที่ชัดเจน เช่น กรณีการอัพโหลดคลิปวิดีโอไปไว้ในอินเทอร์เน็ต จากตรงนี้คำถามคือ หน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบ ในการดูแลตรงส่วนนี้
ทั้งนี้ ภาระกิจแรกของคณะกรรมการ กสทช. จะมีภาระหน้าที่ในการจัดสรรคลื่นความ ถี่ ไม่ว่าจะเป็นระบบ 3 จี 4 จี หรือระบบอื่นๆ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้น แต่ ณ ตอนนี้ แม้ว่า การจัดสรรคลื่นความถี่จะสำเร็จ แต่การ ผลักดัน Mobile virtual network operations ( MVNO) ให้เกิดขึ้น ก็ยังคงเป็นเรื่องยากอยู่ดี แม้ ปัจจุบัน จะมี ผู้เล่น ในธุรกิจนี้ อยู่ 5 รายหลักๆ ไม่ว่าจะเป็นสามารถ ไอ-โมบาย, ล็อกซเล่ย์, 365, เอ็ม คอนซัลต์ และไออีซี แต่ สิ่งที่หน้าคิดคือ ทั้งหมดนี้ ล้วนแล้วแต่ ต้องเช่า เครือข่าย ผ่าน ทาง TOT ซึ่งเป็น รัฐวิสาหกิจ แล้ว ปัจจุบัน รัฐบาล ยังคง สั่งระงับ ไม่ให้ TOT ขยาย เครือ ข่าย 3 G ต่อ โดยให้เหตุผลว่าควรรอให้ พรบ. กสทช ออกมาให้เคลียร์ และชัดเจนก่อน แต่ผมเชื่อว่าท้ายที่สุด ก็อาจจะเกิดปัญหากับ ผู้บริการรายอื่นๆ อีกด้วย และคำถามถัดมา ผู้เช่าเครื่อข่ายหรือ MVNO นั้น จะอยู่รอด หรือไม่เมื่อต้อง ยื้ม จมูกคนอื่นหายใจ และ อำนาจการต่อรองนั้น อยู่ที่ TOT อย่างสมบูรณ์ และสิ่งเหล่านี้ ก็ยังคงเป็นสิ่งที่เราจะต้องจับตามองกันต่อไป
4. Case Study: Apple 2010
Apple เป็นเพียงบริษัทเดียวที่เหลืออยู่ในอุตสาหกรรมนี้ ที่ยังคงออกแบบสิ่งประดิษฐ์ทั้งปวงด้วยตนเอง (คือ ส่วนของHardware, Software, ความสัมพันธ์ระหว่างนักพัฒนา การตลาด) และกลายเป็นจุดแข็งทางยุทธศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของApple เพราะเป็นส่วนในการทำให้เกิดนวัตกรรมที่รวดเร็วกว่าคนอื่น
ดังนั้นเมื่อตลาดในปัจจุบัน คือ ความบันเทิงดิจิตอล Apple จึงได้ใช้จุดแข็งของตนเองในการสร้างนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด โดยมีความประสมประสานอันมีเอกลักษณ์ของเทคโนโลยี ความสามารถ ธุรกิจ การตลาด เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอันสำคัญต่อผลกำไรของบริษัทและในอุตสาหกรรม โดยเราจะเห็นได้จากการที่ Apple ได้ออกผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่สอดรับกับยุทธศาสตร์ของการเป็น Digital Hub อันได้แก่ iPod, iTunes, iMovie, iPhone และชิ้นล่าสุดคือ iPad
Business Model
1. Value proposition
Apple เลือกที่จะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยมุ่งเน้นที่การสร้างนวัตกรรมของ Digital devices ที่มี technology ที่ทันสมัย การเข้าถึงข้อมูลและการใช้งานที่สะดวกง่ายดาย และ มีdevices ในหลายๆ segments ให้ลูกค้าได้้เลือก อีกทั้งยังมีการจัดตั้ง ITUNE store (ร้านขายเพลง online) และ AppStore (ร้านขายโปรแกรม,เกมส์ และหนังสือ online) ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการในด้าน Contents ของอุปกรณ์ดิจิตอลต่างๆ อีกด้วย
2. Revenue Model
หากจะกล่าวถึงรายได้ของ Apple นั้น เราสามารถจำแนกที่มาของรายได้เป็น 2 ทางหลักๆ คือ
2.1. สินค้า ซึ่งหมายถึง อุปกรณ์ต่างๆ เช่น MacMini, Macbook, Macbook Pro, Mac book Air, Mac Pro, Apple TV, Apple Mouse, Apple Keyboard, Apple Time Capsule, IPods, Iphone และอุปกรณ์ล่าสุด Ipad นอกจากอุปกรณ์ที่เป็น Hardware แล้ว Apple ยังได้มี Softwares เสริมอื่นๆ ขายแก่ลูกค้าอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Iworks, Ilife, Aperture,Final Cut เป็นต้น
2.2. ส่วนของ บริการและ Contents อื่นๆ ซึ่งในส่วนนี้ได้แก่รายได้ที่เกิดจากการขายบริการอื่นๆที่จะทำให้ concept “Digital Hub” สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เช่น การเปิดร้านค้าเพลงออนไลน์ iTunes Store เพื่อเป็นบริการ contents ด้านเสียงเพลงให้ลูกค้าได้ download ได้อย่างง่ายดาย
นอกจากร้านค้าเพลงแล้ว Apple ยังมีร้านขาย Applications ที่จะมา support Iphone, Ipad ซึ่งก็คือร้าน App Store และบริการอีกอย่างหนึ่งที่ Apple มีก็คือ Mobile ME ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่เป็น online storage แล้วยังเหมือนเป็น Sync ข้อมูล Contact Calandar หรือแม้กระทั่งหา Iphone ในเวลาที่เครื่องหาย ยกตัวอย่างรายได้ประเภทนี้ของ Apple เช่น ค่าบริการดาวน์โหลดเพลง ผ่านทาง iTunes Store และ App Store
3. Market Opportunity
หากพิจารณาธุรกิจของ Apple แบบแยกส่วนจะพบว่า ธุรกิจนั้นไม่มีความแข็งแกร่งเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็น
1. ด้าน Hardware เราจะพบว่า Computer MAC ก็จะสามารถ ทดแทนได้ด้วย Computer PC (ที่มีระบบปฎิบัติการอื่นๆ เช่น Window หรือ Open Source OS อื่นๆ) และราคาขายของ MAC ก็สูงกว่าเครื่องอื่นๆ
2. ด้าน Software จะไม่มีทางเติบโตได้เลยถ้าเครื่อง MAC ไม่ได้มียอดขายที่สูงขึ้นเพราะว่า software เหล่านี้จะทำงานได้บน MAC OS เท่านั้น
3. ด้านเครื่องเล่น MP3 นั้น เราก็พบว่าในท้องตลาดนั้นมีเครื่องเล่น MP3 ให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ และหลากหลายคุณภาพ ซึ่งเครื่องเล่น MP3 เหล่านี้ก็เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ IPOD family ของ Apple. หากแต่ว่าในปัจจุบันเมื่อ Apple ได้ออก Ipod VDO, Ipod touch อุปกรณ์ทั้ง 2 นี้ก็ได้ทำให้สินค้าตระกูล Ipod ของ Apple มีความได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นๆมากขึ้น เพราะได้ทำให้ Ipod เป็นมากกว่าแค่เรื่องเล่น MP3 แบบธรรมดาทั่วไป
4. ในแง่ของผู้ผลิต Smartphone นั้น เราพบว่า Apple มีคู่แข่งที่น่ากลัวอยู่หลายบริษัท ไม่ว่าจะเป็น Nokia, Blackberry, Samsung, HTC, ACER, Sony Ericsson, Google Phone เป็นต้น หากแต่ว่าในขณะนี้ Iphone ยังมีระบบปฎิบัติการที่เรียกว่า IOS ซึ่งยังมีความสามารถและลูกเล่นที่เด่นกว่า OS ของคู่แข่ง
4. Competitive Environment หรือ สภาวะด้านการแข่งขัน
หากนำทฤษฎี Five Force Model Analysis มาวิเคราะห์ถึงธุรกิจของ Apple สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้
4.1. The Threat of New Entrants
เราจะพบว่าคู่แข่งขันที่จะเข้ามาแข่งขันในตลาด PC หรือ Notebook นั้นจะทำได้ยาก เนื่องจากจะต้องใช้เงินทุนจำนวนในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งในแง่ software และในแง่ของ hardware
4.2 The Bargaining Power of Customer
ในปัจจุบันเราจะพบว่ามีข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นราคา คุณสมบัติ รูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ หรือ ประสบการณ์ของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ สามารถหาได้อย่างง่ายได้ใน internet ทำให้ในจุดนี้เองที่ผู้บริโภคมีความได้เปรียบในแง่ของการตัดสินใจเลือกหรือไม่เลือกใช้สินค้าใด
ในตลาด Smartphone เองก็มีตัวเลือกที่คล้ายทั้งรูปลักษณ์และการสั่งการเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีความหลายหลายของ OS ที่มาพร้อมเครื่อง จึงทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสหรือทางเลือกมากขึ้น
นอกจากตัวเลือกในแง่ของ function การใช้งานของiPod ที่เหนือกว่าคู่แข่งแล้ว การที่ Apple ได้ออกแบบให้ iPod สามารถเชื่อมต่อและทำงานบน Window ได้นั้นเท่ากับเป็นการเปิดตลาดเข้าสู้กลุ่มลูกค้าใหม่มากขึ้นซึ่งก็เป็นการยากที่ลูกค้าจะปฎิเสธ
4.3 The Bargaining Power of Suppliers
ในแง่ของ Hardware นั้นการที่ Apple ได้เปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่มีผู้ใช้กันเป็นจำนวนมากในท้องตลาด เช่นการเปลี่ยนมาใช้ chip ของ Intel เป็นต้น นั้นทำให้ทั้ง Apple และผู้ผลิตชิ้นส่วนนั้นๆไม่ได้มีความได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันมากเท่าไร หากมองในแง่ของ Software Apple นั้นเป็นผู้เขียน Software ส่วนใหญ่เองทั้งหมด ดังนั้นผู้ผลิต software อื่นๆจึงไม่มีข้อได้เปรียบ Apple
ชิ้นส่วนบางชิ้นส่วนของผลิตภัณฑ์ของ Apple นั้น เนื่องจากการมีผู้ผลิตได้น้อยรายมากๆและประกอบกับการที่ Apple ต้องการให้ผลิตภัณฑ์ตัวเองเป็นความลับจนกว่าจะถึงงาน Macworld นั้น ทำให้ผู้ผลิตรายนั้นๆได้เปรียบ Apple พอสมควร
4.4 The Threat of Substitute Products and services
ในแง่ของ Hardware พบว่ายังมี Products ทีมีความใกล้เคียงกันหรือทดแทนกันได้ เช่น ตระกูล Notebook ของ Sony, Samsung, Acer ต่างๆ นั้นก็มี specification ที่คล้ายกันหรือดีกว่า หากแต่เมื่อพิจารณาในแง่ของ softwares และประสบการณ์ของผู้บริโภคร่วมด้วย จะพบว่าจะหาผลิตภัณฑ์ที่ทดแทนได้ยาก เช่น การทำงานแบบ user environments ซึ่งทำให้การใช้งานเป็นไปอย่างง่ายดายมาก
ในตลาดของ SmartPhone ของบริษัทคู่แข่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Samsung, Sony Ericsson, Nokia หรือ RIM(Blackberry)
4.5 The intensity of Rivalry among Competitiors in an Industry
ในตลาด PC, Notebook และ line ใหม่ คือ Tablet PC (ของ Appleคือ iPad) นั้น พบว่ามีคู่แข่งหลักๆได้แก่ Dell และ HP ได้ออกแบบนวัตกรรมใหม่ ๆเหล่านี้มาเพื่อแข่งขัน กับทาง Apple ทั้งในแง่ของคุณสมบัติ การใช้งาน คุณภาพของสินค้า ซึ่งจัดว่าเป็นการแข่งขันที่สูงมาก นอกจากนี้ใน line ของ Tablet เองนั้นยังมีผู้ผลิตเพิ่มเติมอีกเช่น Playbook ของ RIM หรือ Galaxy ของ Samsung.
ในตลาด Smartphone นี้เป็นตลาดที่เกิดขึ้นมาใหม่หลังจาก PC ดังนั้นผู้ผลิตรายต่างๆได้ส่ง Smartphone ของตัวเองออกมาเพื่อแข่งขันกัน ไม่ว่าจะเป็น Samsung, LG, HTC, Motorola, RIM, ASUS หรือ Nokia
สำหรับในตลาด iPod คู่แข่งที่ถือว่าพอจะสมน้ำสมเนื้อกับ apple ก็คือ Sony ในการเป็นเจ้าตลาด Music Player เดิม ซึ่ง Sony เองก็ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเพื่อมาแข่งขันกับ iPod ด้วยเช่น Sony Walkman NW-HD1 นอกจากนี้ยังมีผู้ผลิตรายใหม่ๆที่เข้ามาในตลาด Music Player อย่างต่อเนื่อง เช่น Samsung ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ส่ง MP3 player ของตังเองเข้ามาแข่งเช่นกัน
5. Competitive Advantage
5.1 การใช้งานที่ง่าย ซึ่งถือเป็นแนวความคิดหลักที่ทาง Apple ไม่ว่าจะออกผลิตภัณฑ์อะไรก็ตามยังยึดถือแนวทางนี้เป็นหนึ่งในแนวทางหลักด้วยเช่นกัน
5.2 การมีระบบปฏิบัติการที่เป็นแบบเฉพาะของApple ซึ่งเรียกว่า MAC OSX สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ และ iOS สำหรับ iPhone,iPod Touch และ iPad
5.3 มีผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม ทั้งในแง่ของตัวproduct เอง และ packaging ซึ่งเป็นแนวทางที่ Apple ทำมาตลอด ดังจะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ของ Apple ทุกชิ้นได้รับการออกแบบมาอย่างประณีตทั้งในแง่รูปลักษณ์ และวัสดุที่ใช้ผลิต
5.4 มีกลุ่มลูกค้าที่จงรักภักดีต่อบริษัท
5.5 มี Brand ที่แข็งแกร่ง เราจะเห็นว่า Apple เป็นบริษัทที่โดดเด่นมากในแง่ของการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมและการมี Product differentiate จากคู่แข่งเป็นอย่างมาก
5.6 เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี Apple เป็นบริษัทที่ได้สร้างความก้าวหน้าในเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เช่น ระบบ Multitouch ซึ่งได้ทำให้เกิดกระแสของระบบ Multitouch แพร่ไปสู่ระบบปฎิบัติการอื่นๆไม่ว่าจะเป็น BlackberryOS, Android OS, Web OS ด้วยเช่นกัน
6. Organization Development
Apple มีการจัดโครงสร้างองค์กรแบบ Flat Structure โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ CEO (Steve Jobs) แล้วกระจายอำนาจออกไปในส่วนต่างๆให้เป็นอิสระต่อกัน
ซึ่งมีข้อดีคือทำให้เกิดความอิสระในการทำงาน ส่งผลให้สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การตัดสินใจที่รวดเร็วคล่องตัว
บทเรียนที่ได้จากกรณีศึกษาบริษัทแอปเปิ้ล
1. Competitive Advantage is a lot better than Product Advantage
ปัจจุบันคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของ Apple ยังคงเป็นผู้นำบริษัทอื่นมาทุกยุคทุกสมัยไม่ว่าในปัจจุบันหรือในช่วงตกต่ำของ Apple ในยุค 1990s สิ่งที่เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดความแตกต่างของผลการดำเนินงานในปัจจุบันกับในยุคตกต่ำ ทั้งที่ๆ เป็นผู้นำด้าน product เหมือนกันทั้งสองยุค คือ Competitive Advantage ในยุค1990s นั้น ธุรกิจของ Apple เน้นไปที่ PC industry ที่แทบไม่มีความได้เปรียบทางการแข่งขันและบริษัทไม่ได้ประโยชน์อย่างใดในทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผลการดำเนินงานย่ำแย่ ต่างจาก Apple ในยุคปัจจุบันซึ่งมี Competitive Advantage อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีระบบที่ส่งเสริมกันทั้งระบบ อีกทั้งยังมีการใช้เทคโนโลยีที่ได้พัฒนาและวิจัย product หนึ่ง ไปใช้กับอีก product หนึ่ง ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่า
2. PC Industry
บริษัทจะต้องตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงและแรงกดดันในอุตสาหกรรมที่ตนดำเนินงานอยู่ หนึ่งในสิ่งที่ Apple ผิดพลาดมากที่สุดในช่วง 1980s - 1990s คือการมั่นใจในศักยภาพของตนเอง Apple ไม่สนใจสิ่งที่กำลังจะกระทบต่ออุตสาหกรรม PC อย่างรุนแรง คือความนิยมของที่สูงขึ้นอย่างมากของ OS อย่าง Windows ส่งผลให้มี software ที่ support Windowsเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ความนิยมในตัวสินค้าของ Apple ลดลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการปฏิเสธที่จะใช้ชิ้นส่วนต่างๆในการประกอบ PC ที่คู่แข่งส่วนใหญ่ใช้ ส่งผลให้เสียเปรียบทางด้านต้นทุนต่อคู่แข่ง ที่ได้ประโยชน์จาก Economic of Scale ในการสั่งซื้อวัตถุดิบและพัฒนา software ต่างๆ
3. Strategy
บริษัทต้องใส่ใจเป็นอย่างยิ่งต่อเวลาและโอกาสที่เกิดขึ้น กลยุทธ์ที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ แต่เราต้องนำกลยุทธ์นั้นมาใช้ให้เกิดผลก่อนที่โอกาสที่มีนั้นจะหมดไป ในช่วง 1985-1993 Apple พลาดโอกาสสำคัญต่อการอยู่รอดและสร้างความยิ่งใหญ่ใน อุตสาหกรรม PC CEO ณ ขณะนั้นมีกลยุทธ์ที่ถูกต้องโดยต้องการนำ CPU INTEL มาใช้ใน MAC OS และต้องการจะสร้าง OS ตัวใหม่ แต่่ทุกอย่างต้องจบลงเนื่องจากสถานะทางการเงินของบริษัทในขณะนั้นไม่สามารถรองรับต่อค่าใช้จ่ายด้านการพัฒนาและวิจัยที่จะเพิ่มขึ้นได้ โอกาสนี้ได้ถูกปิดตัวลงเมื่อ ต่อมา Windows ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากจนยากที่จะเอาชนะได้ อย่างไรก็ตาม หลังการกลับมาของ Steve Jobs การใช้โอกาสที่มีอยู่และจังหวะเวลาเป็นไปได้อย่างยอดเยี่ยม เช่นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอย่าง iPod และ iTunes การเปลี่ยนไปใช้ CPU ของ Intel และ ที่ลืมไปไม่ได้เลยคือ การเปิดตัวของiPhone
4. Leadership
ภาวะผู้นำและความสามารถของ CEO มีผลเป็นอย่างมากต่อทิศทางและผลการดำเนินงานของบริษัท จะเห็นได้จากเมื่อ Apple เสีย Steve Jobs ไปในปี 1983 Apple ก็เข้าสู่ยุคแห่งความตกต่ำ จนกระทั่งเมื่อ Steve Jobs กลับมาในปี 1997ทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับมาดีขึ้นเป็นลำดับอย่างเห็นได้ชัด
5. Class Participation List
No. ID Code Name Point
1 5310221001 อังคณา ตันวัฒนเสรี 2
2 5310221002 อุกฤษฏ์ เลาหะวัฒน์ 7
3 5310221004 ศรายุทธ์ พูลปวงทรัพย์ 1
4 5310221009 สิทธิชัย พินิจเลิศสกุล 3
5 5310221010 ธนิดา อภิรักษ์นันท์ชัย 2
6 5310221014 ภัทรานิษฐ์ กุลเนติพิพัฒน์ 4
7 5310221015 วิวัฒน์ เหลืองกมลพันธุ์ 2
8 5310221016 สวลี เจริญการ 2
9 5310221017 สุพัตรา งามอุรุเลิศ 1
10 5310221018 สุกัญญา ฤทธิเพชร 1
11 5310221020 ศิริพร โสภณธรรมธร 1
12 5310221021 อนงค์ จุนพึ่งพระเกียรติ์ 3
13 5310221022 พิษณุ อรุณยิ่งมงคล 1
14 5310221024 ขนิษฐา ศุกระรุจิ 1
15 5310221027 ศุภพงษ์ แพ่งคำนึง 3
16 5310221030 นันทชพร รัตนบรรเจิดกุล 6
17 5310221031 จิณณวัตร พิเศษสิทธิ์ 2
18 5310221033 รัฐธนา กาญจนนพวงศ์ 3
19 5310221035 เอกวุฒิ แสงสวัสดิกุล 2
20 5310221038 ธนดร พร้อมมูล 7
21 5310221039 พักตา สุวรรณฤกษ์ 2
22 5310221041 นิธิพงศ์ วันทโภคาธรรม 1
23 5220221055 อภิชาติ จันทนิสร์ 8
24 5310221042 วิชญ ทวีสิน 1





