Scribe Book 3 1 It Strategy Analysis

1. IT Strategy & Analysis of The Industry Impacts of e-Business
1.1 Information Systems Strategy Triangle
กลยุทธที่สำคัญในองค์กร 3 กลยุทธ ที่ควรเป็นไปในทิศทางที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อให้องค์กรขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จ โดยมีกลยุทธทางธุรกิจเป็นหลัก ตามด้วย กลยุทธองค์กรและกลยุทธสารเสนเทศ

it01.JPG

IT มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงองค์กร 2 ด้าน ได้แก่
1) Economic : การเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐศาสตร์
• การนำ IT มาช่วยในการลดต้นทุน ได้แก่ การลดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม ( Transaction Cost) การค้นหาข้อมูล การติดต่อสื่อสาร ค่าใช้จ่ายในการเปรียบเทียบข้อมูล เช่น การเข้าถึงข้อมูลโดยใช้ Internet การลดค่าใช้จ่ายในการควบคุม Agency Cost หรือ ค่าใช้จ่ายในการควบคุมดูแลบุคลากร ให้มีการประสานงานที่ดีขึ้น เช่น การตอกบัตร การใช้ระบบทำงานผ่าน Internet โดยไม่จำเป็นต้องเข้า Office รวมทั้งการใช้ระบบประเมินผลงานที่ตรวจสอบจากผลงานอย่างแท้จริง
• การนำ IT มาช่วยในการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า หรือ บริการ
2) Behavior : การเปลี่ยนแปลงดานพฤติกรรมขององค์กร
• องค์กให้มีลำดับชั้นโครงสร้างน้องลง สามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น เนื่องจากลดจำนวนคนกลางระหว่างพนักงานและผู้บริหารลง
• Network Effect การวัดคุณค่าของระบบ หรือ สินค้าจาก จำนวนผู้ใช้งาน เช่น e-Bay , Facebook , Google , Blackberry , Game-Online , Windows , Intel , MSN นอกจากนี้ Network Effect ยังเป็นการสร้างมาตรฐานในธุรกิจ หรือ อุตสาหกรรมนั้นๆ รวมทั้งเป็นปัจจัยต่อ switching cost เช่น Interconnection Charge (การโทรข้ามเครือข่าย ) บริษัทใหญ่เสียเปรียบ
• การเกิดขึ้นของ สินค้า หรือ บริการ ที่สามารถเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบ digital ทำลายข้อจำกัดด้านพื้นที่ทางกายภาพ เช่น ร้านหนังสือบน Internet ที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังทำให้การจัดเก็บและสืบค้นข้อมูลง่ายขึ้น ต้นทุนการผลิตต่ำ ไม่จำเป็นต้องมีค่าขนส่ง (Logistic Cost) มีความคงทนกว่า แบ่งปันการใช้งานได้ง่ายกว่า แต่อาจมีอุปสรรค์เนื่องลิขสิทธิ์

1.2 The 3D Effects of E-Business : ผลกระทบจาก IT ต่อธุรกิจ
• DISINTERMEDIATION/REINTERMEDIATION คือ การนำ IT มีผลต่อ Supply-Chain มาใช้เพื่อลดตัวกลางในธุรกิจ เช่น Dell รับการสั่งซื้อโดยตรงจากผ้ใช้ทาง Internet โดยไม่ต้องผ่าน Distributer ทำให้ลดต้นทุนที่เกิดจากตัวกลาง และลดเวลาได้การส่งต่อสินค้าหรือ การใช้ IT เป็นตัวกลางใหม่ในธุรกิจ เช่น การใช้ Internet ซื้อตั๋วเครื่องบิน หรือ Online Travel Agency
• DISAGGREGATION เป็นรูปแบบการทำธุรกิจข้ามสถานที่และเวลารอบโลก 24 ชม. (Followe The Sun
• DIGITAL CONVERGENCE ได้แก่ Network Convergence , Data Convergence และ Device Convergence

1.3 Five Forces Model
การแข่งขันที่ดี คือ การวางตำแหน่งในอุตสาหกรรม position ที่แตกต่างกัน ตอบสนองต่อความต้างการของกลุ่มลูกค้าแตกต่างกัน แข่งขันกันที่คุณภาพของสินค้า หรืแ บริการ แทนที่จะแข่งกันด้วยราคา หรือการเป็นตลาดผูกขาด การดำเนินธุรกิจจำเป็นต้องศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อธุรกิจนั้นๆ ซึ่งในอดีตผู้ดำเนินธุรกิจได้มุ่งเน้นเฉพาะคู่แข่งเท่านั้น แต่ พอร์ตเตอร์ (Porter)เห็นว่ามีปัจจัยที่สำคัญที่มีผลต่อธุรกิจถึง 5 ปัจจัย (Five Forces Model) และบทบาทของ IT ที่กระทบต่อ 5 ปัจจัยนั้น ดังนี้

it02.JPG
1) อำนาจการต่อรองของผู้บริโภค (Bargaining Power of Customers) กรณีที่ลูกค้ามีอำนาจการต่อรองมากกว่า ถ้าสินค้ามีลักษณะคล้ายคลึงกัน หรือ มีข้อได้เปรียบในเรื่องทำเลที่ตั้งที่มีคู่แข่งจำนวนมาก
การลดอำนาจการต่อรองสามารถทำได้โดย สร้างความหลากหลายของสินค้า การจำแนกสินค้าตามกลุ่มลูกค้า การสร้าง Brand Awareness การเพิ่ม Switching Cost ทำให้ลูกค้าไม่ต้องการเปลี่ยนไปใช้สินค้าหรือบริการจากแหล่งอื่น
บทบาทของ IT : เพิ่มอำนาจต่อรองของผู้บริโภค เนื่องจากสามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ผลิตได้มากขึ้น สามารถเปรียบเทียบข้อมูลสินค้าและบริการที่ตรงตามความต้องการและสามารถเปรียบเทียบราคาสินค้าต่างได้สะดวกรวดเร็วผ่านทาง Internet นอกจากนี้เทคโนโลยียังทำให้เกิดการสร้างความสัมพันธ์การลูกค้าได้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น การตอบสนองลูกค้าได้ตรงตามความต้องการมากขึ้น
2) อำนาจการต่อรองของผู้ผลิต (Bargaining Power of Suppliers)
กรณีที่ผู้ผลิตมีอำนาจการต่อรองมากกว่า เมื่อมีผู้ผลิตจำนวนน้อยราย หรือ ผู้ผลิตควบคุมสินค้าผ่านสิทธิบัตรต่างๆ หรือ มีอำนาจควบคุมวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมนั้นๆ
การลดอำนาจการต่อรองสามารถทำได้โดย การรวมกลุ่มของผู้ซื้อเพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรอง หรือการสร้างความร่วมมือกับผู้ผลิตในรูปแบบของการเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ (Backward Competition)
บทบาทของ IT : เพิ่มอำนาจการต่อรองของผู้ผลิต และ เพิ่มอำนาจต่อรองของผู้บริโภคไปในเวลาเดียวกัน เนื่องจาก IT ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น นอกจากนี้เทคโนโลยียังทำให้เกิดการสร้างความสัมพันธ์การผู้ผลิตได้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
3) การมีสินค้าและบริการอื่นทดแทน (Threat of Substitute) การคำนึงถึงการถูกทดแทนด้วยสินค้าและบริการอื่น การป้องกันความเสี่ยงจากการถูกทดแทนด้วยสินค้าและบริการอื่น ได้แก่ การสร้าง Brand Royalty , การสร้างสินค้าให้มีความหลายหลายเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้า (Convergence) , การป้องกันโดยการจดสิทธิบัตร รวมทั้งการสร้าง Network Effect เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสินค้าและบริการ
บทบาทของ IT : ทำให้ธุรกิจหลายประเภทเปลี่ยนโครงสร้าง รูปแบบของสินค้าและบริการหรือการสูญหายปของธุรกิจประเภทนั้นได้เลยทีเนื่อง หากสินค้าและบริการนั้นสามารถเปลี่ยนไปอยู่ในรูปแบบของ Digital ได้ เช่น ร้านหนังสือ Online , บริการจองและซื้อตั๋วเครื่องบินผ่าน Internet (Online Agency) นอกจากนี้ เทคโนโลยีทำให้สามารถสร้างสินค้าและบริการที่หลากหลายและสร้างความแตกต่างเพื่อความได้เปรียบทางการค้า
4) การเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ (Threat of new Entrants) ธุรกิจที่ลงทุนต่ำ การดำเนินธุรกิจไม่ซับซ้อน ผู้บริโภคไม่มี Brand Royalty เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาสู่ธุรกิจได้ง่าย อุปสรรคที่ทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาสู่ธุรกิจได้ยาก หากมีการถูกแทรกแซงจากรัฐบาล หรือเป็นธรกิจที่ต้องได้รับสัมปทานเท่านั้น นอกจากนี้สำหรับผู้ที่ครองตลาดเดิมในธุรกิจมีโอกาสสร้างกำแพงกีดกันโดยการผลิตสินค้าจำนวนมากเพื่อลดต้นทุนและตัดราคาเพื่อขายสินค้าได้ราคาถูกกว่าคู่แข่ง
บทบาทของ IT : ทำให้บางธุรกิจมีการลงทุนต่ำลง โอกาสที่ผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาได้ง่ายขึ้น เช่น การขายสินค้าทาง Internet ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน รวมทั้งการขยายโอกาสทางธุรกิจ
5) สภาพการณ์ของการแข่งขัน (Rivalry) วิเคราะห์สภาพการแข่งขันทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ การวิเคราะห์ขนาดธุรกิจของคู่แข่งขัน กำลังการผลิต เงินทุน ส่วนแบ่งการตลาด กลยุทธ์ของคู่แข่งขัน รวมถึงสภาพเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อการแข่งขัน
บทบาทของ IT : ทำให้สภาพการแข่งขันสูงขึ้น เนื่องจากโอกาสทางธุรกิจขององค์กรขยายไปสู่การแข่งขันระดับโลกผ่านทางเครือข่าย internet

1.4 Value Chain Model
เป็นการวิเคราะห์การได้เปรียบหรือเสียเปรียบในการแข่งขันจากกิจกรรมในองค์กรการมององค์กรเป็นภาพรวมของกิจกรรมทั้งหมดมาร้อยเรียงกัน Porter เรียกกิจกรรมที่ส่งงานต่อๆ กันนี้ว่า ห่วงโซ่คุณค่า (The Value Chain) กิจกรรมในองค์กรประกอบด้วย กิจกรรมหลัก (Primary Activities) และ กิจกรรมสนับสนุน (Support Activities)
กิจกรรมหลัก
1) Inbound Logistics หรือระบบโลจิสติกส์ขาเข้า ประกอบด้วยกิจกรรม การนำเข้าวัตถุดิบของธุรกิจ กิจกรรมการส่งวัสดุ โกดังเก็บสินค้า การบริหารสินค้าคงคลัง การกำหนดตารางเวลาและการบริหารผู้ส่งสินค้า
2) Operations (Production) ประกอบด้วยกิจกรรมการแปลงวัตถุดิบ การหีบห่อ การประกอบอุปกรณ์ การบำรุงรักษาอุปกรณ์ การทดสอบ และ การบริหารการปฏิบัติการ
3) Outbound logistics หรือระบบโลจิสติกส์ขาออก ประกอบด้วยกิจกรรม การนำส่งสินค้า การเก็บสินค้า การบริหารการจัดส่งสินค้า
4) Marketing and sales กิจรรมสนับสนุนและส่งเสริมการขายสินค้า เช่น การโมษณา ประชาสัมพันธ์ การขาย การกำหนดราคา การเลือกช่องทางจำหน่าย การบริหารค้าปลีก
5) Service (Customer Service) กิจกรรมบริการหลังขาย เช่น ติดตั้ง อบรม บริการซ่อม หรือ Upgrade สินค้า

กิจกรรมสนับสนุน
1) Firm infrastructure งานบริหารงานทั่วไป การวางแผนขั้นตอน การบัญชีการเงิน รัฐกิจสัมพันธ์ การจัดการคุณภาพ
2) Human resource management การรับสมัครพนักงาน และการให้ความรู้ผลตอบแทน การรักษาพนักงาน
3) Technology development การวิจัยและพัฒนา การปรับปรุงสินค้าและกระบวนการ การออกแบบ การพัฒนาสินค้าและบริการ
4) Procurement การจัดหา แต่บางนักวิชาการบางท่านถือว่าเป็นกิจกรรมหลัก ประกอบด้วยกิจกรรม การจัดซื้อวัสดุดิบ การทำสัญญา
การวิเคราะห์ความได้เปรียบในการแข่งขัน Michael Porter แนะนำให้แยกกิจกรรมขององค์กร เพื่อจะได้เปรียบเทียบกับคู่แข่งว่า เราสามารถทำกิจกรรมขององค์กรตนเอง ได้ด้วยต้นทำที่ต่ำกว่า หรือทำด้วยวิธีที่แตกต่าง นอกจากนั้นยังใช้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์การควบรวมกิจการ
บทบาทของ IT : เทคโนโลนีเข้ามามีผลกระทบต่อกิจกรรมในองค์กร คือ การเป็นเครื่องมือช่วยลดต้นทุน และการเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าและบริการ

1.5 Diamond Model
คือ กรอบแนวคิด หรือ ตัวแบบสำหรับการวิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขันของเครือข่ายวิสาหกิจ หรือ คลัสเตอร์ (Cluster) โดยเป็นการพิจารณาและประเมินสภาวการณ์ปัจจุบันของปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจที่สำคัญ 4 ด้านที่จะมีผลกระทบต่อความสามารถในการเพิ่มผลิตภาพ (productivity) ของบริษัทที่อยู่ในในเครือข่ายวิสาหกิจ อันจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเครือข่ายวิสาหกิจนั้นๆโดยรวมในท้ายที่สุด ว่าสภาวการณ์เหล่านั้นมีลักษณะที่จะเป็นการเอื้อหรือจะเป็นอุปสรรคต่อการปรับปรุงหรือพัฒนาผลิตภาพของธุรกิจในเครือข่ายวิสาหกิจนั้นๆหรือไม่ อย่างไร และมากน้อยเพียงใด รวมไปถึงการวิเคราะห์บทบาทของภาครัฐที่จะมีผลต่อปัจจัยแวดล้อมต่างๆทั้ง 4 ด้านนั้นด้วย ปัจจัยดังกล่าวประกอบด้วย

it03.JPG
1) เงื่อนไขด้านปัจจัยการผลิต (Input Factor Conditions) ได้แก่ ปัจจัยด้านทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แหล่งเงินทุน ฯลฯ ที่จะมีผลต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท
2) เงื่อนไขด้านอุปสงค์ (Demand Conditions) ได้แก่ ทัศนคิและรสนิยมของผู้บริโภค ระดับความพิถีพิถันและความเรียกร้องต้องการของผู้บริโภคต่อสินค้าและบริการของบริษัท ลักษณะและโครงสร้างการแบ่งส่วนการตลาดสำหรับสินค้าและบริการของบริษัท ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละส่วนการตลาดเป็นที่คาดเดาได้ในระดับใด ฯลฯ
3) บริบทด้านการแข่งขันและกลยุทธ์ของธุรกิจ (Strategy and Rivalry Context) ได้แก่ ลักษณะและบรรยากาศของการแข่งขันทางธุรกิจ กลไกการตลาด ฯลฯ ที่จะมีผลต่อการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัท
4) อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนกัน (Related and Supporting Industries) ได้แก่ การมีอยู่ของกิจกรรมทางธุรกิจต่างๆที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกันในสายของห่วงโซ่อุปทานมีความครบถ้วนมากน้อยเพียงใด และ มีระดับของความสัมพันธ์ร่วมมือระหว่างกันเพียงใด เช่น แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารความรู้ระหว่างกัน วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์/ตลาดร่วมกัน ฯลฯ

1.6 Technology and Organization
1.6.1 REAVITT การนำเทคโนโลยีเข้าไปใช้ในองค์กรมี 4 องค์ประกอบที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่ Task , People , Technology และ Structure
it04.JPG

1.6.2 TAM (Technology acceptance model) เป็นทฤษฎีระบบสารสนเทศที่ว่าด้วยเรื่องการทำอย่างไรให้ผู้ใช้ยอมรับและใช้เทคโนโลยี มีข้อแนะนำจากโมเดล (model) ว่าเมื่อผู้ใช้ได้รับการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้งานเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีว่าพวกเขาจะใช้เมื่อไรและจะใช้อย่างไร
it05.JPG

1.6.3 DOI (Diffusion of Innovation) การแพร่กระจายนวัตกรรม ความหมายคำว่าการแพร่กระจาย หรือ “Diffusion” คือ กระบวนการ ซึ่งนวัตกรรมถูกสื่อสารผ่านช่องทางในช่วงเวลาหนึ่งระหว่างสมาชิกต่างๆ ที่อยู่ในระบบสังคม (Diffusion is the process by which an innovation is communicated through certain channels overtime among the members of a social systems)
it06.JPG

ประเภทการยอมรับนวัตกรรม (adopter categories)
1. innovators (venturesome)
2. early adopters (respectable)
3. early majority (deliberate)
4. late majority (sceptical)
5. laggards (traditional)

คุณลักษณะของนวัตกรรมที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับ
1. ผลประโยชน์ที่ได้รับจากนวัตกรรม (relation advantage)
2. การเข้ากันได้ดีกับสิ่งที่มีอยู่เดิม (compatibility)
3. ความซับซ้อน (complexity)
4. การทดลองได้ (trial ability)
5. การสังเกตได้ (observe ability)

1.7 Disruptive Innovation
เป็นแนวคิดหนึ่งที่ใช้อธิบายถึงปัจจัยของความสำเร็จและความล้มเหลวขององค์กรธุรกิจ แม้ว่าองค์กรธุรกิจชั้นนำทั้งหลาย จะมีการใช้แนวคิดของการบริหารจัดการที่ดีเยี่ยมและมีความต่อเนื่องสม่ำเสมอ แต่สิ่งนี้เองที่กลับกลายมาเป็นปัจจัยในความล้มเหลวขององค์กร เพราะเป็นสิ่งที่องค์กรทั้งหลาย “ยึดติด” เป็นแนวทางหลักในการดำเนินกิจการ ไม่ว่าจะเป็นการยึดติดในกลุ่มลูกค้าเดิมที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทอย่างเป็นกอบเป็นกำ หรือ จะเป็นการยึดติด ในตัวสินค้าและบริการตัวใดตัวหนึ่งที่ทำเงินมหาศาลให้กับบริษัท ทำให้บริษัทไม่ได้โฟกัสไปที่การสร้างสินค้าและบริการที่แปลกใหม่ แต่กลับใช้วิธีการพัฒนาต่อยอดสินค้าและบริการเดิมๆแทน
ปัจจัยเหล่านี้ ได้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญสำหรับองค์กรใหม่ๆ หรือ บริษัทขนาดเล็ก ที่สามารถคิดค้นสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรมแปลกใหม่ ที่เรียกว่า “Disruptive Innovation” เข้าแข่งขันกับผู้นำตลาดได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในอดีต คือ ตลาดเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ มินิคอมพิวเตอร์ และ ไมโครคอมพิวเตอร์
ยุครุ่งเรืองของระบบคอมพิวเตอร์เมนเฟรม ในช่วงปลายทศวรรษ 1950 ถึง ต้นทศวรรษ 1960 ผู้นำตลาดในขณะนั้น คือ บริษัท IBM ที่ครอบครองและยึดส่วนแบ่งการตลาดส่วนใหญ่เอาไว้ IBM คิดว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่ต้องการมีระบบคอมพิวเตอร์เพื่อนำมาใช้ในงานของตน จะต้องมาซื้อเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ของ IBM จนกระทั่ง ในปี 1965 บริษัทเล็กๆอย่าง ดิจิตัล อีควิปเมนต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (DEC) ได้นำเสนอคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพการทำงานที่ด้อยกว่าเมนเฟรมของ IBM มีขนาดเล็กกว่า แต่มีราคาที่ถูกกว่าเมนเฟรมนับสิบเท่า ดิจิตัล อีควิปเมนต์ ได้เรียกระบบคอมพิวเตอร์ของตัวเองว่า “มินิคอมพิวเตอร์” กล่าวได้ว่า มินิคอมพิวเตอร์ เป็น Disruptive Innovation ที่เข้ามาสร้าง ผลกระทบอย่างรุนแรงกับตลาดเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ที่ IBM ยึดครอง แต่กฏเกณฑ์ของ Disruptive Innovation ก็เกิดขึ้นกับมินิคอมพิวเตอร์เช่นกัน เมื่อบริษัท อินเทล คอร์ปอเรชั่น สามารถผลิตไมโครโปรเซสเซอร์ ได้ในราคาที่ต่ำลง มีขนาดที่เล็กกว่า มินิคอมพิวเตอร์ เรียกคอมพิวเตอร์นี้ว่า “ไมโครคอมพิวเตอร์” (Microcomputer) นอกจากนี้ยังมี ตัวอย่าง Disruptive Innovation อย่าง CD ซึ่งนำมาแทนที่ Cassette Tape
วิธีการรับมือกับ Disruptive Innovation
1. Start Early
2. Executive Leadership
3. Build a team of expert innovators
4. Educate the Organization

ขั้นตอนการนำ Innovation มาใช้
1. Choosing Enabling/Emerging Technologies
2. Matching with Economic Opportunities
3. Executing Business Innovation for Growth
4. Assessing External Customer and Internal Client Value

แนวคิดในการลงทุนกับ Disruptive Innovation
1. Put technology ahead of strategy เนื่องจากเทคโนโลยีพัฒนาปละเปลี่ยนแปลงเร็วมาก หากรอให้องค์กรวางกลยุทธก่อนจะไม่ทันกับการนำเทคโนโลยีมาใช้
2. Put technology ahead of marketing การใช้เทคโนโลยีสร้างความต้องการให้กับลูกค้า แทนการรอตอบสนองความต้องการลูกค้าเพียงอย่างเดียว
3. Innovation is continuous การพัฒนาให้เกิดนวัตกรรมเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ แนวทางการนำ Internet เข้ามาใช้จำเป็นต้องคำนึงถึงทั้ง 3 ด้าน คือ Internet of Business Process , Internet of people และ Internet of Things

** รายชื่อสมาชิกกลุ่ม scribe book G4 ผู้จัดทำ**
1. นายสิทธิชัย พินิจเลิศสกุล 5310221009
2. นางสาวศิริพร โสภณธรรมธร 5310221020
3. นางสาวอนงค์ จุนพึ่งพระเกียรติ์ 5310221021
4. นายรัฐธนา กาญจนนพวงศ์ 5310221033
5. นางสาวมธุรส ดีประคอง 5310221040
6. นางสาววิชญ ทวีสิน 5310221042

**ผู้มีส่วนร่วมในการ participations ในห้องเรียน **

5220221055นายอภิชาติ จันทนิสร์ 1
5310221001อังคณา ตันวัฒนเสรี 3
5310221002อุกฤษฏ์ เลาหะวัฒน์ 8
5310221003ไพลิน เสรีสงแสง 2
5310221004ศรายุทธ์ พูลปวงทรัพย์ 3
5310221009สิทธิชัย พินิจเลิศสกุล 5
5310221010ธนิดา อภิรักษ์นันท์ชัย 1
5310221011ลัคขณา เงาดีงาม 2
5310221012สนทยา เจริญวิริยะภาพ 9
5310221014ภัทรานิษฐ์ กุลเนติพิพัฒน์ 4
5310221015วิวัฒน์ เหลืองกมลพันธุ์ 4
5310221016สวลี เจริญการ 1
5310221017สุพัตรา งามอุรุเลิศ 2
5310221018สุกัญญา ฤทธิเพชร 2
5310221019รุ่งฟ้า ลาภยืนยง 1
5310221020ศิริพร โสภณธรรมธร 10
5310221021อนงค์ จุนพึ่งพระเกียรติ์ 5
5310221022พิษณุ อรุณยิ่งมงคล 2
5310221023ปราง โชคสวัสดิ์ไพศาล 1
5310221024ขนิษฐา ศุกระรุจิ 1
5310221025จุฑาพร เชวงยศ 1
5310221026กฤษณี อ่ำถนอม 1
5310221027ศุภพงษ์ แพ่งคำนึง 5
5310221029สุภชัย หงษ์นิกร 3
5310221030นันทชพร รัตนบรรเจิดกุล 2
5310221031จิณณวัตร พิเศษสิทธิ์ 3
5310221032ธเนศ เขมวาส 1
5310221033รัฐธนา กาญจนนพวงศ์ 5
5310221034ชนากานต์ นุนพนัสสัก 2
5310221035เอกวุฒิ แสงสวัสดิกุล 3
5310221036วิภา สุวรรณชัยรบ 2
5310221037สุพัตรา เกษรบัว 1
5310221038ธนดร พร้อมมูล 10
5310221039พักตา สุวรรณฤกษ์ 5
5310221040มธุรส ดีประคอง 3
5310221041นิธิพงศ์ วันทโภคาธรรม 5
5310221042วิชญ ทวีสิน 2