Scribe Book 2 3 Case Study Google 25 Nov

Analyze Case Study Google

Business model

  • Value Proposition

Google เป็น search engine ที่ง่ายต่อการใช้งาน และสามารถค้นหาข้อมูลได้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็ว

  • Revenue Model

รายได้หลักของ Google คือรายได้จากการโฆษณา ปี 2009 Google มีรายได้จากการโฆษณามากถึง 22.9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จากรายได้ทั้งหมด 23.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคิดเป็น 97% ของรายได้ทั้งหมด

  • Market Opportunity

เนื่องจาก Google เป็น search engine ที่ใช้งานง่าย สามารถค้นหาข้อมูลได้ตรงตามความต้องการอย่างรวดเร็ว ทาให้ Google เป็นที่นิยมของผู้ใช้ทั่วโลก จึงทาให้ Google มี Market share ของ Search engine ในสหรัฐอเมริกามากถึง 65.6% ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Yahoo มีเพียง 17.5% นอกจากนี้ Google ยังมี Market share ในประเทศต่างๆ มากกว่า 90% เช่น ลิทูเนีย (98.18%), ลัทเวีย (97.15%), เบลเยียม (96.00%) Google จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลลัพธ์จากการค้นหาให้ดียิ่งขึ้น

  • Competitive Environment

 Yahoo
 Microsoft (Bing)
 eBay
 Amazon.com

  • Competitive Advantage

Google เป็น Search engine ที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากสามารถค้นหาข้อมูลได้ตรงตามความต้องการอย่างรวดเร็ว จากการที่แลร์รี เพจ (Larry Page) และ เซอร์เกย์ บริน (Sergey Brin) สร้างระบบการจัดลาดับความสาคัญของเอกสารบนอินเตอร์เน็ต ที่ชื่อว่า Page Rank ซึ่งมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อจัดลาดับความสาคัญของแต่ละเว็บไซต์จาก ‚Linked to‛ โดยเวบไซต์ไหนมีการลิงค์เข้ามาถึงมากเวบไซต์นั้นมากก็มีความสาคัญมาก

  • Market Strategy

 ถึงแม้ว่า Google เป็น Search engine ที่ใช้งานง่าย สามารถค้นหาข้อมูลได้ตรงตามความต้องการของผู้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ก็ยังต้องมีการพัฒนาประสิทธิภาพการค้นหาให้ดียิ่งขึ้น
 การเพิ่มบริการใหม่ๆ เพื่อดึงดูดให้มีผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น เช่น Google Chrome, Google Doc, Cloud Application เป็นต้น

  • Organization Development

เพื่อให้ Google ประสบความสาเร็จมากยิ่งขึ้น จึงต้องมีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ดังนั้นผู้บริหารได้ออกกฎต่างๆ เพื่อให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น
 การสนับสนุนให้วิศวกรใช้เวลาประมาณ 20% ของเวลาทางานกับโปรเจคที่พวกเขาเลือกเองได้
 70/20/10 Rule เป็นการแบ่งเวลาการทางานของวิศวกร ดังนี้ 70%ของเวลาทางานให้ใช้การงานที่เป็นธุรกิจหลักซึ่งก็คือ Web search และ Paid listings 20% ใช้กับงานที่เป็นส่วนขยายธุรกิจหลัก เช่น Gmail และ 10% ใช้กับธุรกิจใหม่ๆ

  • Management team

 Eric Schmidt , Chairman & CEO
 Sergey Brin ,Founder & President of Technology
 Larry Page, Founder & President of Products

Business Strategy
พันธกิจของ Google คือการจัดการข้อมูลข่าวสารของโลกและสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์ เพื่อให้บรรลุพันธกิจดังกล่าว Google จึงมุ่งเน้นมาที่ผู้ใช้ (users) โดยการเสนอบริการที่มีคุณภาพสูงให้แก่ผู้ใช้เพื่อเป็นประสบการณ์ที่ดีและนาไปสู่การบอกต่อๆกันไป จึงทาให้เกิด 3 ภารกิจหลักดังนี้
 ผลลัพธ์ของการค้นหานั้นต้องถูกต้องแม่นยามากที่สุด และผลลัพธ์นั้นต้องไม่เกิดจากจ่ายค่า Paid listing เพื่อให้มาอยู่อันดับบนๆ
 การโฆษณานั้นต้องเป็นประโยชน์ ไม่ทาให้ความราคาญแก่ผู้ใช้
 ต้องไม่หยุดปรับปรุงเทคโนโลยีการค้นหา, การจัดการข้อมูลข่าวสารในส่วนอื่นๆ

Five Force Model
 การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม ถือว่ามีการแข่งขันสูง เนื่องจากมีจานวนผูให้บริการ Search engine เป็นจานวนมาก เช่น Yahoo, Microsoft’s Bing, eBay ,Amazon.com เป็นต้น นอกจากนี้ Product Differentiate ก็ไม่มีสาหรับ Search engine
 อานาจการต่อรองของลูกค้า Google เป็น Search engine ที่ให้ผลการค้นหาที่ตรงความต้องการอย่างรวดเร็ว และ Google ได้เพิ่มบริการอื่นๆอีกมากมายแก่ผู้ใช้ ดังนั้นจึงไม่ทาให้ผู้ใช้หันไปใช้ Search engine ของผู้ให้บริการรายอื่นๆ
 อานาจต่อรองของ Supplier การให้ค้นหาข้อมูลข่าวสารของ Google ข้อมูลข่าวสารจึงถือว่ามีความสาคัญ อย่างไรก็ตามเจ้าของข้อมูลข่าวสารส่วนใหญ่เป็นสินค้าหรือบริการที่ต้องการให้ข้อมูลสินค้าหรือบริการเพื่อเสนอขายแก่ผู้ใช้บริการ Search engine ดังนั้นจึงถือว่า Supplier ไม่มีอานาจต่อรองกับ Google ได้
 การเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ การลงทุนและพัฒนา Search engine ต้องลงทุนเป็นจานวนมาก นอกจากนี้ Google ให้ผลการค้นหาที่ตรงความต้องการ จึงเป็นนิยมจากผู้ใช้ทั่วโลกซึ่งเห็นได้จาก Market share ของ Google ในอเมริกาของปี 2009 ที่เพิ่มสูงขึ้นเป็น 65.6% จึงทาให้ผู้ประกอบการรายใหม่ๆเข้ามาได้ลาบาก
 แรงผลักดันจากสินค้าใหม่ที่นามาใช้ทดแทน Google เป็น Search engine ที่ใช้ค้นหาข้อมูลข่าวสาร ปัจจุบันยังไม่มีอะไรมาใช้ทดแทนได้

Role of IT
เพื่อให้ผู้ใช้พอใจกับผลลัพธ์จากการค้นข้อมูลที่ต้องการค้นหา ดังนั้น IT ถือว่ามีความสาคัญมากกับการให้บริการของ Google เป็นอย่างมาก
 PageRank เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยจัดอันดับเว็บไซด์จากการค้นหาของ Google ซึ่งจัดอันดับต้นๆจากการที่มีเวบไซต์อื่นๆลิงค์เข้ามาถึงเวบไซต์นั้นมาก
 Hypertext-Matching เป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่ใช้วิเคราะห์เนื่องหาทั้งหมด และพิจารณาแบบอักษร การแบ่งและตาแหน่งของแต่ละคา นอกจากนี้ยังวิเคราะห์เนื้อหาของหน้าเวบไซด์ใกล้เคียงเพื่อให้มั่นใจว่าผลลัพธ์ที่แสดงนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการค้นหาของผู้ใช้มากที่สุด
 Hardware and software infrastructure เพื่อใช้สาหรับเก็บข้อมูลจานวนมหาศาลและสามารถประมวลผลการค้นหาออกมาได้อย่างถูกต้องแม่นยา จึงถือว่า Infrastructure เหล่านี้มีความสาคัญเช่นกัน

Stakeholders
 Shareholders/investors : Google นาได้หุ้นจดทะเบียนออกจาหน่ายแก่บุคคลทั่วไปตั้งแต่ปี 2000 โดยแบ่งหุ้นเป็น 2 ประเภทคือ Class A (one share one vote ) และ Class B (10 vote per share) ในเดือนมกราคม 2010 ราคาหุ้นนั้นมากกว่า 600 เหรียญสหรัฐฯ จากราคา IPO ในเดือนสิงหาคม 2004 อยู่ที่ 85 เหรียญสหรัฐฯ
 Users Google มีผู้ใช้บริการอยู่ทั่วโลก มี Web เป็นภาษาต่างๆมากถึง 51 ภาษา และมี Web ให้ค้นหามากกว่า 1,000 ล้านเวบไซด์
 Advertisers ถือว่ามีความสาคัญต่อ Google มาก เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่มาจากการโฆษณา ดังนั้นการคิดค่าโฆษณาจึงต้องมีความเหมาะสม
 Employees ปัจจุบัน Google มีพนักงานประมาณ 20,000 คน Google เน้นให้เกิดความร่วมมือกันในองค์กร และให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆ ดังนั้น Googleจึงให้ความสาคัญกับพนักงานเป็น
อย่างมาก

Problems & Solutions
 การที่ Google News ลิงค์ไปที่สิ่งพิมพ์หรือบทความใหม่ๆซึ่งสานักพิมพ์ยังไม่อนุญาตให้เข้ามาดู เมื่อสานักพิมพ์แจ้งเรื่องนี้มา Google ก็จะลบลิงค์เหล่านี้ เพื่อไม่ให้เข้าไปยังบทความเหล่านั้นได้
 Data Privacy ประวัติการค้นหาของผู้ใช้ หรือประวัติการเข้าใช้งานอื่นของผู้ใช้ ซึ่งแสดงให้เห็นความสนใจของผู้ใช้แต่ละคน และข้อมูลเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นได้ ดังนั้นจึงเป็นมีการเก็บข้อมูลเหล่านี้เพียง 18 เดือน จากนั้นก็จะทาลายเพื่อให้เป็นไปตาม Patriot Act ของสหรัฐอเมริกา
 Google Book หนังสือบางเล่มยังไม่ได้รับสิทธิให้มาเผยแพร่ จึงทาให้มีการต่อว่ามาจากเจ้าของลิขสิทธิ์เหล่านั้น ดังนั้น Google จะไม่ scan หนังสือที่ได้รับอนุญาต โหลดขึ้นเว็บ หรืออาจจะนาเฉพาะบางส่วนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
 Google Video มีการนาวิดีโอที่มีลิขสิทธ์อัพโหลดมายัง Server ของ Google เพื่อเผยแพร่ จึงได้รับการฟ้องร้องจากเจ้าของลิขสิทธ์ ดังนั้น Google จะทาการบล๊อกวิดีโอที่ผิดลิขสิทธ์ที่เจ้าของต่อว่าและหยุดเผยแพร่ทันทีที่เจ้าของลิขสิทขอร้องมา
 ถึงแม้ว่า Google ประสบความเร็จ สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆขึ้นมาได้อย่างมากมาย แต่ Google ประสบปัญหาเรื่องการจัดการทรัพยากรบุคคลในองค์กร แต่ Google พยายามแก้ปัญหาโดยทาทุกอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของพนักงาน โดยอยู่ในหลักของความพอดีของทั้ง 2 ฝ่าย คือองค์กร และพนักงาน

Lessons Learned
 Late-Mover Advantage ถึงแม้ Google จะเข้ามาให้บริการ Search engine หลังจาก Yahoo แต่ Google ก็สามารถเป็น search engine ที่สามารถหาผลการค้นหาได้อย่างถูกต้องตรงความต้องการของผู้ใช้เป็นอย่างมาก จึงทาให้ Google ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
 Staging a Two-Sided Platform แผนธุรกิจเดิมของ Google ต้องการการขาย License Search Engine เท่านั้น แต่กลับกลายเป็น Google มีรายได้จากการโฆษณาบน Web Search Engine ดังนั้น Google จึงต้องพัฒนา network ขนาดใหญ่และมีประสิทธิภาพในการค้นหาข้อมูล ที่เรียกว่า Network Effect
 Alignment of Strategy and Organization การที่ Google ประสบความสาเร็จได้ เพราะผู้บริหาร Google มีวิสัยทัศน์และการจัดการองค์กรที่มีความหลากหลาย เช่น การจัดให้พนักงานทางานเป็นกลุ่มเล็กๆ, การพนักงานสามารถทางานที่ตัวเองสนใจได้ถึง 20% ของเวลาทางานทั้งหมด