E Commerce Home Work

วิเคราะห์ SWOT ของธุรกิจ E-Commerce

Strength

• เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงตลอด 7 วัน
• ทำการค้าได้ทั่วโลก
• สินค้าเข้าถึงตรงผู้ซื้อ เร็วและมีประสิทธิภาพ
• ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบได้อย่างเร็ว
• ราคาในการลงทุนถูกมาก
• ไม่ต้องมีพนักงาน
• การโอนเงินรวดเร็ว
• เริ่มต้นได้อย่างง่ายไม่ต้องใช้เงินทุนสูง

Weakness

• การปฏิสัมพันธ์กับเจ้าของร้านกับลูกค้าน้อย
• บางครั้งลูกค้าต้องการเห็น-สัมผัสสินค้าก่อนซื้อ
• บางครั้งค่าส่งสูง (หากส่งข้ามประเทศ)

Opportunity

• จำนวนผู้ใช้ Internet เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวัน
• คนยุคใหม่ใช้การซื้อของออนไลน์อย่างมากเพราะสะดวกกว่า
• คนเริ่มมั่นใจในการซื้อของออนไลน์มากขึ้น
• เทคโนโลยีมีการพัฒนาปรับปรุงอย่างดีขึ้นเรื่อยๆ

+++Threat
• มีกลโกงเกิดขึ้นในโลกออนไลน์เกิดขึ้น
• การแข่งขันเริ่มมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วิเคราะห์ SWOT ของธุรกิจ E-Government

Strength

• เป็นระบบที่ให้บริการที่รวดเร็ว และยังสามารถช่วยลดขั้นตอนต่างๆ ให้ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านระบบ On-line
• สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้ดียิ่งขึ้น และลดความกดดันให้กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ(Service mind)
• สามารถเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆระหว่างหน่วยงานภาครัฐและองค์กรเอกชน เพื่อการประสานงานและการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น(Match maker)
• สามารถตรวจสอบข้อมูล และทำธุรกรรมทางการเงินโดยผ่านระบบธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อลดความยุ่งยากและสะดวก รวดเร็วเป็นอีกช่องทางเลือกหนึ่งให้กับภาคประชาชนในการทำธุรกรรมต่างๆกับหน่วยงานภาครัฐ
• สร้างภาพพจน์ที่ดีให้กับหน่วยงานภาครัฐ

Weakness

• เป็นระบบที่สร้างภาระในด้านงบประมาณให้กับหน่วยงานภาครัฐ การพัฒนาระบบ การบำรุงรักษา และการจ้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และอื่นๆ
• เป็นระบบที่มีความยุ่งยากซับซ้อนในการใช้งาน
• การจัดเก็บข้อมูลในฐานข้อมูลแต่ละหน่วยงานยังไม่มีความปลอดภัย
• ขาดแคลนบุคลากรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
• ระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานกลางในการเชื่อมโยง และแปรข้อมูลระหว่างองค์กร
• ยังไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทุกกลุ่ม
• บุคลากรของภาครัฐยังขาดความรู้ และความเข้าใจในการใช้ระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

Opportunity

• แนวโน้มการใช้บริการระบบผ่านทาง On-line ในประเทศไทย มีการใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น
• เทคโนโลยีสารสนเทศมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นระบบ Network ต่างๆเพื่อเป็นที่รองรับต่อผู้ใช้บริการในปัจจุบันที่มีจำนวนมากขึ้น
• ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐและองค์กรเอกชนหันมาสนใจในการพัฒนา และการนำระบบ On-line มาพัฒนาเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสาร และการเชื่อมโยงมากขึ้น

Threat

• ขาดการเชื่อมโยงอันเป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกๆองค์กร
• การติดขัดเนื่องจากข้อกำหนด กฏเกณฑ์ กฏหมาย และนโยบายที่ซับซ้อนและขาดความชัดเจน
• การโฆษณาประชาสัมพันธ์ในการใช้ระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ยังไม่มีความครอบคลุมและทั่วถึง ทำให้ผู้รับบริการบางกลุ่มขาดความรู้ และความเข้าใจในการใช้ระบบอย่างถูกต้อง
• ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาระบบ โครงสร้างพื้นฐาน งบประมาณและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
• ประชาชนยังขาดความเชื่อมั่น ความเข้าใจในการใช้ระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

วิเคราะห์ Five Forces ของธุรกิจ E-Commerce

1. อุปสรรคจากผู้แข่งขันรายใหม่ที่ก้าวเข้ามาในอุตสาหกรรม (Threat of Entry of New Competitors)
การเข้าสู่อุตสาหกรรมของผู้แข่งขันรายใหม่ สามารถทำได้โดยง่ายขึ้น มีช่องทางการขายมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งตลาด และเพิ่มความรุนแรงในการแข่งขัน
2. อำนาจในการต่อรองของผู้ขายปัจจัยการผลิต (Bargaining Power of Suppliers)
บริษัทมีอำนาจการต่อรองกับ supplier ได้มาก เนื่องจากบริษัทสามารถเข้าถึงข้อมูลของ supplier ได้มากขึ้นเช่นเดียวกับลูกค้า จึงทำให้บริษัทสามารถ Force supplier ได้มากขึ้นเช่นกัน แต่ในด้านของ supplier ก็มีอำนาจการต่อรองได้มากขึ้นในแง่ของข้อมูลลูกค้าและข้อมูลของคู่แข่งได้มากขึ้นเช่นกัน สรุปอำนาจการต่อรองของ Supplier นั้นจะเป็นแบบ mix กันคือทั้งต่ำและสูงได้ในเวลาเดียวกัน
3. การแข่งขันในวงการอุตสาหกรรม (Rivalry Among Excising Competitors)
มีการแข่งขันที่สูง เนื่องจากการเข้าถึงข้อมูลที่ง่าย ซึ่งส่งผลให้มีจำนวนคู่แข่งขัน และอัตราการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมมีสูง ต้องหาแนวทางการรักษาส่วนแบ่งการตลาดไว้ จึงอาจต้องลงทุนสูงในการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าของตนเอง สิ่งหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทอย่างเห็นได้ชัดของการแข่งขันคือ Network Effect หากบริษัทใดสามารถสร้าง Network ได้มากจะมีความได้เปรียบในการแข่งขันอุตสาหกรรม
4. อำนาจการต่อรองของผู้ซื้อหรือลูกค้า (Bargaining Power of Buyers/Customers)
อำนาจการต่อรองของลูกค้าสูงขึ้นเนื่องจากลูกค้ามีข้อมูลมากขึ้น สามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลด้านราคา ซึ่งในอดีตการเปรียบเทียบราคา ลูกค้าต้องเดินไปที่หน้าร้าน หากต้องการเปรียบเทียบราคาต้องเดินไปอีกร้านหนึ่งซึ่งเสียทั้งเวลา เสียทั้ง cost แต่ปัจจุบันการเปรียบเทียบราคาอยู่ที่ปลาย clickโดยจุดประสงค์หลักของธุรกิจคือ เพิ่ม Switching cost ก็คือค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการที่ลูกค้าเปลี่ยนการใช้สินค้าของบริษัทหนึ่งไปอีกบริษัทหนี่ง Switching Cost บนโลก internet แทบจะเป็น 0 เพราะเพียงแค่ปลาย click ในการเปลี่ยนการซื้อสินค้าจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น
5. สินค้าหรือบริการทดแทน (Threat of Substitute Products/Services)
ภัยคุมคามจากสินค้าทดแทนมีมากขึ้น เป็นจุดเด่นในเรื่องของ IT โดยเฉพาะสินค้าหรือบริการที่สามารถทำให้อยู่ในรูปแบบของ digital ได้ เช่น สิ่งพิมพ์, Music, Movie ที่สามารถปรับให้อยู่ในรูปแบบของ digital ได้

วิเคราะห์ Five Forces ของธุรกิจ E-Goverment

1. อุปสรรคจากผู้แข่งขันรายใหม่ที่ก้าวเข้ามาในอุตสาหกรรม (Threat of Entry of New Competitors)
การเข้ามาสู่อุตสาหกรรมของผู้แข่งขันรายใหม่ ทำได้ยาก เนื่องจากเป็นการดำเนินงานของภาครัฐ
2. อำนาจในการต่อรองของผู้ขายปัจจัยการผลิต (Bargaining Power of Suppliers)
หน่วยงานภาครัฐมีอำนาจในการต่อรองกับ supplier สูง สามารถเข้าถึงข้อมูลของ supplier ได้มาก โดยมีระบบประมูลงาน E-Auction ที่เข้ามาช่วย
3. การแข่งขันในวงการอุตสาหกรรม (Rivalry Among Excising Competitors)
การแข่งขันมีต่ำ ซึ่งการใช้เทคโนโลยีนี้ จะเป็นเพื่อในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภาครัฐ ปรับปรุงการบริการแก่ประชาชน การบริการด้านข้อมูลและสารสนเทศเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ประชาชนมีความใกล้ชิดกับภาครัฐมากขึ้น สื่ออิเล็กทรอนิกส์จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการเข้าถึงบริการของรัฐ ซึ่งไม่หวังผลกับผลกำไรที่เกิด จึงไม่เกิดแรงจูงใจในการแข่งขัน
4. อำนาจการต่อรองของผู้ซื้อหรือลูกค้า (Bargaining Power of Buyers/Customers)
อำนาจการต่อรองของลูกค้ามีน้อย เนื่องจากเป็นการดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นช่องทางเดียว
5. สินค้าหรือบริการทดแทน (Threat of Substitute Products/Services)
สินค้าหรือบริการทดแทนมีน้อย เนื่องจากเป็นการบริการด้านข้อมูลและสารสนเทศเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

ตัวอย่าง 5 e-Commerce ที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย

  1. Miss Lily

การสร้างความแตกต่างในตัวสินค้า Miss Lily คัดคุณภาพของดอกไม้โดยเป็นพันธมิตรกับผู้เพาะปลูกพันธุ์ไม้คุณภาพในพื้นที่ ภาคเหนือจากจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายและในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากจังหวัดนครราชสีมา ตลอดจนนำเข้าดอกไม้จากยุโรปและประเทศจีน นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยี ห้องเย็น (Cold Storage) มาใช้ในการควบคุม คุณภาพดอกไม้ให้มีความสดอยู่เสมอ สำหรับ Miss Lily นอกจากจะเป็นร้านส่งดอกไม้เจ้าเดียวที่มีการออกโฆษณาทางโทรทัศน์ที่สะท้อนภาพการจัดส่งดอกไม้ทุกที่ทั่วไทย แม้กระทั่งในสนามรบ ทำให้เป็นการแจ้งเกิดและสร้างภาพในใจของผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีการจัด Event ที่อลังการ เช่น ในปี 2550 มีการนำกุหลาบแดง 2 ช่อ ช่อละ 5 แสนบาทมาตั้งแสดงที่ศูนย์การค้ากลางใจเมืองกรุงเทพฯ และมีกิจกรรมให้ลูกค้าเข้าร่วม อีกทั้งยังมีการจัดแฟชั่นโชว์ดอกไม้ตามผับและร้านอาหารชื่อดังตามเมืองใหญ่ต่างๆ ถึงกว่า 50 ครั้งต่อปี ความพยายามทางการตลาดดังกล่าวก็เพื่อให้ Miss Lily เป็นหลุยส์ วิตตองของ ดอกไม้ให้เป็นจริง

  1. Officemate

ผู้บุกเบิกธุรกิจแบบ catalogue sale จากยี่ปั้วห้องแถวสองห้องสู่บริษัท จำกัด มหาชน นับเป็นหนึ่งในบริษัทและเว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจรูปแบบ E-commerce อย่างมาก สินค้าที่ขายคืออุปกรณ์สำนักงาน ครอบคลุมการใช้งานในสำนักงานแทบทั้งหมด มีตั้งแต่หมึกพิมพ์ อุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์โรงงาน เฟอร์นิเจอร์ ปากกา อุปกรณ์จัดเก็บเอกสาร ฯลฯ เรียกว่าได้เพียงคุณมีห้องเปล่า(และ money) office ก็สามารถเนรมิตห้องเปล่าของคุณให้เป็นสำนักงานได้ นอกจากนี้สินค้ายังขยายวงกว้างออกไป เช่นอาจจะมีการจำหน่ายสินค้า OTOP เป็นต้น รูปแบบธุรกิจ B2C รูปแบบการชำระเงิน เพื่อความพึงพอใจของลูกค้าและความเชื่อใจ การชำระเงินจะเก็บเงินที่ปลายทางในตอนส่งสินค้า

  1. Thaigem

การสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ลูกค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งอัญมณี ซึ่งมีราคาแพงและผู้ซื้อต้องการเลือกเฟ้นหรือสัมผัสเพื่อพิจารณาสินค้าด้วยตัวเองก่อนการซื้อ ดังนั้น การสร้างชื่อร้านและความน่าเชื่อถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ช่วยให้ลูกค้ามีความกล้าสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ได้ในระดับหนึ่ง ในปัจจุบันเว็บไซต์ของไทยส่วนใหญ่มุ่งเน้นการทำธุรกิจกับกลุ่มตลาดผู้ใช้คนไทย แต่ Thaigem.com กลับมองการขายสินค้าไปสู่ตลาดโลก ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตของไทยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งยังมีอำนาจซื้อไม่มาก และคนไทยส่วนใหญ่จะไม่ค่อยซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต ในกรณีที่เกิดขึ้นกับ Thaigem.com ลูกค้าส่วนใหญ่หลังจากที่ได้เข้าชมในเว็บไซต์แล้ว มักจะเดินทางมาสำนักงานที่จันทบุรีและขอรับชมสินค้าก่อนซื้อ ซึ่งแตกต่างจากคนจากคนอเมริกันที่นิยมซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตเพราะสะดวกมากกว่า อีกทั้งความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) ในด้านราคา เนื่องจากราคาเป็นกลยุทธ์เด่นอย่างหนึ่งของบริษัท ที่เสนอขายสินค้าให้แก่ลูกค้า และเป็นสิ่งกีดขว้าง (Barrier) คู่แข่งต่างประเทศรายอื่นเข้ามาแข่งขันในตลาดได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน Thaigem.com จะมีการใช้วัตถุดิบจากภายในประเทศเพียงร้อยละ 25 บริษัทยังสามารถคงความได้เปรียบทางด้านราคาและคุณภาพสินค้าได้เป็นอย่างดีด้วยฝีมือและประสบการณ์ที่ชำนาญของแรงงานไทย

  1. Taklong

เป็นเว็บไซต์สำหรับตากล้องครบวงจร มีรูปแบบหลักๆ เช่น กระทู้อัพเดทข่าวสารในแวดวงกล้องและการถ่ายรูป , อัลบั้มออนไลน์ , ข้อมูลกล้อง , กระทู้โพสภาพ , กระทู้แนะนำเทคนิคถ่ายภาพ , ห้องขายอุปกรณ์กล้อง , โฆษณาเว็บไซต์อื่นและผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ซึ่งเนื้อหาที่มากและเป็นที่ต้องการของตากล้องสามารถหาได้อย่างง่ายดายจากเว็บไซต์นี้ อีกทั้งยังมีคนตอบกระทู้อยู่มากมาย ทำให้เว็บไซต์นี้เป็นหนึ่งในเว็บไซต์ที่รวบรวมตากล้องได้อย่างมาก

  1. Coffeemade

ทำธุรกิจแฟรนไชส์ร้านกาแฟสด ให้บริการเปิดร้านกาแฟทั่วประเทศ ลูกค้า 100%มาจากเว็ปไซต์ทั้งหมด เป็นเว็ปไซต์ที่ทำตลาดผ่านเครื่องมือเสิร์ชเอนจิ้น 100% ไม่ได้มีการโฆษณาที่อื่นๆใด ปัจจุบันรับลูกค้าทั่วประเทศในแต่ละวันแทบจะไม่ค่อยมีเวลาว่าง คีย์เวิร์ดที่เสิร์ชติดมากกว่า 200 คีย์เวิร์ด

ผู้จัดทำ : G3 (YMBA 30)

5310221003 ไพลิน เสรีสงแสง
5310221011 ลัคขณา เงาดีงาม
5310221012 สนทยา เจริญวิริยะภาพ
5310221015 วิวัฒน์ เหลืองกมลพันธุ์
5310221018 สุกัญญา ฤทธิเพชร
5310221026 กฤษณี อ่ำถนอม