Facebook , 15 กย 2009 มาร์ค ซัดเกอร์เบิรก์ CEO และผู้ก่อตั้ง Facebook เฉลิมฉลองเหตุการณ์ที่สำคัญโดยการโพสประกาศบล็อคของบริษัท ซึ่งเป็นเว็บไซ้ด์ที่มีการลงทะเบียนของผู้ใช้จำนวน 300 ล้านคน ซึ่งทำให้กระแสเงินสดของบริษัทกลายเป็นบวกได้

Facebook คือ เครือข่ายสังคม (social Network) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มุ่งเน้นที่จะช่วยเหลือผู้ใช้ Off-line ให้เกิดความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้น เว็บไซด์ปรากฏการแผ่ขยายกลุ่มแต่ละช่วงอายุและวัฒนธรรม มากกว่า 70% ของผู้ใช้เรียกใช้ในท่ามกลางคุณสมบัติเฉพาะอื่นๆ ครอบคลุมถึงการให้สมาชิกจำกัดความเป็นส่วนตัว ซึ่ง ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าเนื้อหาหรือข้อความ จะถูกพบเห็นเพียงแค่ผู้รับที่ต้องการเท่านั้น ผู้ใช้จะแชร์ อัพเดทสถานะส่วนตัว โดยสัมพันธ์เชื่อมโยงไปยังเว็บไซ้ด์อื่นๆ รวมถึงรูปถ่าย เป็นจำนวนมากและด้วยรูปภาพ 10,000 ล้านรูป Facebook กลายเป็นเว็บไซ้ด์ที่มีการแชร์รูปภาพที่ใหญ่ที่สุด และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มากกว่า 1 เทเลไบ้ต์ ของรูปใหม่ที่มีการอัพโหลดต่อวัน การพัฒนาเทคโนโลยีส่งเสริมให้บริษัทสร้าง Facebook Platforms ซึ่งผู้พัฒนาที่เป็นบุคคลภายนอกนั้น สามารถที่จะสร้าง Application บนเครือข่ายนี้ได้
Business Model
1.Value proposition
Zuckerberg ให้ความสำคัญกับการสร้าง website ให้มีมูลค่าสูงโดยใช้การสร้าง Network effect ให้แข็งแกร่งก่อนที่จะคิดหารายได้จากมัน โดยเริ่มต้นจากการสร้าง social network ให้สมาชิกสร้าง profile ส่วนตัวและเชื่อมต่อกับผู้ใช้คนอื่น อีกทั้งยังสร้าง content อื่นๆใช้ในการดึงผู้ใช้ใหม่ให้มาใช้งาน facebook และผู้ใช้เดิมให้ใช้งาน facebook ต่อวันนานขึ้น อย่างที่ social network อื่นๆขณะนั้นไม่มี เช่น News feed ,facebook platform ,facebook connect และ feature อื่นๆที่ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้าง content ต่างๆได้ด้วยตัวเอง ตารางด้านล่างแสดงถึงเครือข่ายของผู้ใช้ Facebook ซึ่งมีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง
2.Revenue model
รายได้หลักปัจจุบันมากกว่าครึ่งของ Facebook ได้มาจากการโฆษณา Facebook Ads อันดับรองลงมาเป็น search deal กับ Microsoft และยอดขายสินค้า
3. Market Opportunity
เนื่องจาก facebook มีการเติบโตของมูลค่าอย่างก้าวกระโดด จากการที่ฐานผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และการเข้ามาของผู้ลงทุนรายใหญ่ ซึ่งในด้านของจำนวนรวมผู้ใช้งานทั่วโลก facebook สามารถเอาชนะ website social network อื่นๆกราฟด้านล่างแสดง Member evolution ของ social network sites
4. Competitive Environment
หากนำทฤษฎี Five Force Model Analysis มาวิเคราะห์ถึงธุรกิจของ Facebook สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้

4.1. The Threat of New Entrants
พิจารณาการเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ การสร้าง website social network เพื่อให้บริการในลักษณะที่ใกล้เคียงกับ Facebook สามารถทำได้ไม่ยาก แต่การทำให้ทัดเทียม หรือดีกว่า เป็นอุปสรรคข้อที่ 1 การจัดการระบบ server และระบบ network เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และลดการสูญหายของข้อมูล เป็นอุปสรรคข้อที่สอง ซึ่งต้องใช้ทุนในการสร้างค่อนข้างสูง
อย่างไรก็ตาม facebook ก็ยังไม่ได้รับความนิยมในบางประเทศ แสดงให้เห็นถึงช่องว่างในการเข้ามาของคู่แข่งรายย่อย ที่สามารถสร้าง social network ได้ตรงกับความต้องการใช้และวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆได้ดีกว่า เช่น Mixi ในญี่ปุ่น และ Renren ในประเทศจีน
4.2.The Bargaining Power of Customer
อาจแบ่งพิจารณาเป็น สองส่วนคือ
ผู้ใช้ social network ทั่วไป ลูกค้ามีอำนาจการต่อรองค่อนข้างสูงเนื่องจากสามารถเลือกใช้ social network ได้อย่างอิสระ และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่การที่ facebook มี network effect กับผู้ใช้งานทำให้การเลือกที่จะใช้งาน อาจทำไม่ได้อย่างที่ควรจะเป็น
ผู้ทำธุรกิจ ห้างร้าน บริษัท หรือ website เป็นกลุ่มลูกค้าที่อำนาจการต่อรองไม่สูงและไม่ต่ำ เนื่องจากทางเลือกหากต้องการใช้ social media ในการทำธุรกิจขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้าของธุรกิจนั้นๆอีกที อาจจำเป็นต้องใช้ หรืออาจเลือกทางเลือกอื่นที่ไม่ใช่ การใช้ social network ก็ได้ facebook พยายามดึงดูดลูกค้าส่วนนี้ด้วยการให้ข้อมูล ของกลุ่มลูกค้าของบริษัท เป็นจุดแข็งของ facebook ให้กลุ่มผู้ทำธุรกิจสามารถวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายได้
4.3. The Bargaining Power of Suppliers
อำนาจการต่อรองของ Suppliers ที่ให้บริการในส่วนของ server ค่อนข้างต่ำเนื่องจากระบบ server ขนาดใหญ่ของ facebook ส่วนของ Developer ผู้ผลิตโปรแกรมบน facebook platform และ website ต่างๆ แบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกยังมีอำนาจในการต่อรองสูง เนื่องจาก Facebook ยังต้องการ developer ที่พัฒนาโปรแกรมดีๆเพื่อ ดึงดูดให้ผู้ใช้เข้ามาใช้งานให้เยอะที่สุด ช่วงที่สองหลังจากที่มีเครือข่ายผู้ใช้งานมากแล้ว Suppliers อาจมีอำนาจในการต่อรองลดน้อยลง
ในส่วนของ web service Suppliers อาจมีอำนาจการต่อรองสูงขึ้นมาหน่อย เนื่องจาก facebook ไม่มีทางเลือกมากในการหา web service ที่มีการจัดการการเชื่อมต่อได้โดยที่ไม่มีการหน่วงของข้อมูล (facebook ใช้ tonardo)
4.4.The Threat of Substitute Products and services
หากมองสินค้าทดแทน Facebook เป็นส่วนๆ เครือข่ายเพื่อน อาจถูกทดแทนด้วย ระบบอื่น เช่น BB service ,website รุ่นตามสถาบันที่เป็นต้นแบบของ facebook
ส่วนของ facebook platform อาจใช้ application offline ทดแทนได้บางส่วน หรือระบบ cloud สามารถสร้างโปรแกรมได้หลากหลายภาษากว่า ซึ่งอาจทำให้ตอบสนองความต้องการของ developer ได้มากกว่า
ในส่วนของ facebook connect นั้นอาจไม่ได้ถูกทดแทนโดยตรง แต่อาจทดแทนในส่วนของ การเชื่อมต่อโพรไฟล์ และการลิงค์กับ website ต่างโดย ผู้ให้บริการ e-mail ด้วยเครือข่ายที่ใกล้เคียงกัน
หากมองภาพรวมเข้าด้วยกันการหา สินค้าทดแทนอื่นๆที่สามารถทดแทนได้อย่างสมบูรณ์นั้นในขณะนี้ ยังไม่สามารถหาได้ ยังต้องใช้หลายๆส่วน ในการทดแทนความสามารถหลากหลายของ facebook ได้หมด
4.5. The intensity of Rivalry among Competitors in an Industry
คู่แข่งของ facebook เป็น social network sites ที่มีอยู่หลากหลายในตลาด เช่น My space ,Hi5 ,Friendster ,Orkut ,Twitter ,Linkedin และอื่นๆ เป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงมาก โดยคู่แข่ง แต่ละเจ้ามีความความสามารถที่แตกต่างกันออกไป
5. Competitive Advantage
Facebook สร้าง Network effect ที่แข็งแกร่งได้จาก การสร้างเครือข่ายเพื่อให้ผู้ใช้งานได้ติดต่อระหว่างกัน มี feature ในการตอบโต้ และแนะนำความต้องการให้กับผู้ใช้งาน สร้าง content หรือ application เพื่อให้ผู้ใช้ได้ใช้งานเป็นประจำ และเวลาในการใช้งานนานขึ้น ด้วย facebook platform เชื่อมโยงกับ website อื่นๆเพื่อให้ มีการใช้งาน facebook ได้ง่ายขึ้น ด้วย facebook connect สร้าง การโต้ตอบให้เป็นปัจจุบันด้วย การปรับปรุง Competing in real time พัฒนา facebook email เพื่อใช้ร่วมกับระบบ
อีกทั้ง facebook ยังมีการจัดการข้อมูลที่ค่อนข้างดี ในการจัดการกับระบบข้อมูลจำนวนมากระดับหลายเทอราไบต์อีกทั้งยังเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยใช้ Cassandra ในการเก็บข้อมูลและทำ Replication เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายอีกขั้น การใช้ memcache ในการเก็บข้อมูลเพื่อเพิ่มความเร็วในการดึงข้อมูล การเปลี่ยนการ communicate ระหว่าง server จาก TCP เป็น UDP เพื่อลด overhead และการอ่านภาพเป็นกลุ่ม หรือ batch
6. Organization Development
Sheryl Sandberg เข้ามาร่วมบริหารงานให้กับ Facebook ในตำแหน่ง COO ในปี 2008 ซึ่ง Sandberg ได้เข้ามามีบทบาทการเพิ่มรายได้ส่วนโฆษณาให้กับ Facebook ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา ก่อนหน้านี้ Sandberg ได้ทำงานในส่วนโฆษณา Google และ Chief of Staff ที่ Lawrence Summers, Treasury Department โดยแหล่งรายได้หลัก Facebook ก่อนหน้าที่ Sandberg จะเข้ามีส่วนร่วมในการบริหารงาน Facebook นั้น คือ รายได้จากโฆษณา ซึ่ง Facebook นั้นไม่ได้ขาย Banner ads แต่ Sandberg นั้นได้สร้างแรงจูงใจให้กับบริษัทเข้าร่วมเป็นผู้โฆษณา เช่น Nike, Vitaminwater และ Louis Vuitton ซึ่งต่อมาโฆษณาต่างๆนั้นได้สร้างบริบทสังคม( Social Context )

Facebook’s Strategy
SWOT Analysis
Strengths
• การสร้างสังคมเหมือนจริง ทำให้ facebook ใกล้ชิดกับผู้ใช้งานมาก และมีฐานข้อมูลรายละเอียดของผู้ใช้งานเหนือกว่าคู่แข่งการหารายได้จากโฆษณาเจ้าใหญ่ อย่าง Google
• การพัฒนาล้ำหน้าหรือให้ก้าวทันคู่แข่งอยู่เสมอ ทั้งด้านความสมบูรณ์ ของความสามารถหลัก และความหลากหลายของความสามารถอื่น ทำให้สามารถสร้าง network effect เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
• การสร้างความเชื่อมโยงกับ website อื่นๆ ทำให้ผู้ใช้งาน ใช้งาน facebook เพิ่มขึ้นแม้อยู่ใน website อื่น
• ความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหา เช่นประเด็นปัญหาที่เปราะบางอย่างเรื่องสิทธิส่วนบุคคล
• การได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นเจ้าตลาดไอทีอย่าง Microsoft
Weaknesses
• ผู้พัฒนาโปรแกรมยังมีน้อยทำให้ไม่มีโปรแกรมที่ดีเพียงพอในการใช้งานบน facebook platform
• ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทยังน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่า website
• อัตราการคลิกโฆษณายังตามหลัง search engine อยู่มาก
Opportunities
• อัตราการใช้ internet ของคนทั่วไปเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
• การพัฒนาของ gadget ต่างๆ ที่สามารถรองรับการใช้โปรแกรม และ internet ได้เป็นพื้นฐาน
Threats
• การแข่งขันในธุรกิจที่สูง
• การพัฒนาระบบให้รองรับ และก้าวทันขนาดของข้อมูล และ feature ที่เกิดขึ้นใหม่ๆ
• ไม่สามารถสร้างความได้เปรียบในด้านการใช้งานได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากคู่แข่งสามารถสร้างความสามารถที่คล้ายกันหรือเหนือกว่าตามได้ตลอดเวลา
Facebook and Marketing
1. Tools for Guerilla Marketers
เป็นรูปแบบการทำตลาดที่ประหยัดหรือแม้แต่บางครั้งก็ทำการตลาดแบบฟรี เหมาะสมกับบริษัทที่มีงบประมาณไม่มากนัก
2. Tools for Advertisers
ผู้ลงโฆษณาสามารถเริ่มต้นด้วยเงินเพียงไม่กี่ดอลล่าร์สำหรับการลงโฆษณาเพียงช่วงสั้น หรือจะให้มากเป็นหลายๆ ร้อยหรือพันดอลล่าร์เพื่อจะทำให้เจาะกลุ่มมากขึ้น “ Sponsored Group” ประกอบด้วย Social Ads , Integrated Opportunities , Beacon , Polls , Facebook Platform Application Sponsorships
3. Tools for Application Developers
สำหรับนักการตลาดที่มีความพร้อมด้านบุคลากรทางด้าน IT ทาง Facebook ได้นำเสนอทางเลือกดีกว่าในการสร้างโปรแกรม Application เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขวางบน Facebook โดย Application จำนวนมากถูกสร้างขึ้นบน Facebook API ซึ่งส่วนมากแล้วจะเป็นเครื่องมือในการเปิดรับรูปแบบของประสบการณ์ที่ดีกับแบรนด์เสียมากกว่า และส่วนมากจะกลายเป็นช่องทาง ads ที่ทำเงินได้แต่สอบตกในเรื่องของการใช้งาน ประกอบด้วย Profile Box , Status Update , News Feed , Invitations , Facebook Notifications , E-mail Notifications , Application Directory





