Introduction
Twitter เป็นบริษัท micro-blogging ในซานฟรานซิสโก เปิดให้บริการส่งข้อความได้ครั้งละ 140 ตัวอักษร ซึ่งการส่งข้อความนี้เรียกว่า “tweets” ทำให้ Follower (คนที่กำลังติดตามคุณ) สามารถทราบว่าตอนนี้ผู้ใช้กำลังทำอะไร การบริการนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก สามารถดูได้จากจำนวนผู้ใช้ที่สูงถึง 60 ล้านคน กลุ่มของผู้ใช้มีทั้งบุคคล กลุ่มธุรกิจ กลุ่มผู้มีชื่อเสียง (ดารา นักร้อง ฯลฯ) หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานที่ไม่หวังผลตอบแทนจากทั่วโลก Twitter เป็นสื่อกลางที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ทั้งในเรื่องระหว่างบุคคล เรื่องทางการเมือง หรือแม้กระทั่งการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ และยังรวมไปถึงการโฆษณาด้วย
มีคำถามเกิดขึ้นว่า Twitter มีความสามารถในการสร้างกำไรได้จริงหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่บริการทั้งหมดไม่ได้เก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ใช้บริการ ทางบริษัทจะเก็บค่าใช้จ่ายจากกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการโฆษณาแทรกในการส่งข้อความ อย่างไรก็ตาม จึงเกิดคำถามว่า แหล่งของรายได้เหล่านี้เพียงพอที่จะสร้างกำไรให้แก่ Twitter ในระยะยาวและทำให้มันเป็นแหล่งทำเงินแหล่งใหม่จากฐานของผู้ใช้เดิมได้หรือไม่
Background
ค.ศ. 2005
จุดเริ่มต้นของ Twitter นั้นมาจากบริษัท Odeo จัดตั้งขึ้นโดย Noah Glass และ Evan Williams บริษัท Odeo ได้รับความสนใจอย่างมากเมื่อมีบทความตีพิมพ์ลงใน New York Times และบุคคลที่มีความสำคัญอีกคน คือ Jack Dorsey วิศวกรที่เป็นผู้เสนอแนวคิด เขาเริ่มสนใจในวิธีการส่งข้อมูล แต่ขณะนั้นไม่มีจักรยานหรือจักรยานยนต์สำหรับการส่งข้อมูลเลย ดังนั้นจึงเป็นแรงบันดาลใจให้เขาพัฒนาซอฟต์แวร์เกี่ยวกับการส่งข้อมูลซึ่งในปัจจุบันมีการใช้ในบริษัทธุรกิจรถแท็กซี่ เขาได้รับแนวคิดมาจากการส่งข้อความใน instant messaging ด้วยแนวความคิดว่า “จะเป็นอย่างไรหากคุณสามารถบอกสถานะของคุณแก่เพื่อนๆด้วยวิธีการที่ง่าย โดยคุณไม่จำเป็นต้องเขียนข้อความทั้ง blog หรือเขียนชีวิตประจำวัน” หลังจากนั้น เขาได้สร้าง prototype แล้ว และเริ่มทดลองใช้เฉพาะภายในองค์กร โดยให้ผู้ใช้ส่งข้อความ (Tweets) จากโทรศัพท์มือถือ ผู้ใช้จะต้องเป็นผู้จ่ายค่าบริการในการส่งข้อความ ส่วนทางบริษัทจะจ่ายค่าบริการสำหรับการรับส่งข้อความจากฐานข้อมูล
ค.ศ. 2008
เนื่องจากมีผู้ใช้ Twitter เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ Twitter ประสบปัญหาที่สำคัญคือผู้ใช้ไม่สามารถส่งข้อความ (Tweet) ได้ ปัญหานี้ชัดเจนขึ้นเมื่อเดือนมกราคม ในงาน Macworld Expo เมือง ซานฟรานซิสโก ระหว่างที่ Steve Jobs กำลังปราศรัยคือ ระบบไม่สามารถ update ข้อมูลได้ เมื่อมีผู้ใช้หลายพันคนพยายาม update twitter ของตนในเวลาเดียวกันแสดงให้เห็นว่า Twitter มีข้อจำกัดในด้าน Infrastructure และในเดือนกรกฎาคม Twitter ก็สามารถแก้ปัญหานี้ได้และเตรียมพร้อมกับการเจริญเติบโตของจำนวนผู้ใช้อย่างรวดเร็ว ในช่วงปลายปีนั้นเอง Twitter มีการเพิ่มทุนเป็น 22 ล้านเหรียญสหรัฐ และจำนวนผู้ใช้เพิ่มเป็น 5 ล้านคน โดยมีผู้ใช้รายใหม่เพิ่มขึ้น 5,000 ถึง 10,000 คนต่อวัน
ค.ศ. 2009
ในเดือนมีนาคม มีผู้ใช้รายใหม่เพิ่มขึ้นเกือบ 1 แสนคนต่อวัน ในช่วงปลายปี มียอดผู้ใช้บริการสูงถึง 60 ล้านคน โดยกลุ่มผู้ใช้ครึ่งหนึ่ง อายุอยู่ในช่วง 18-34 ปี เข้าใช้บริการ Twitter เฉลี่ย 14 ครั้งต่อเดือนและในแต่ละครั้งใช้เวลา 7 นาที จากข้อมูล Twitter Web Traffic กลุ่มผู้ใช้บริการ 40% มาจากสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น 23% สเปน 7% และสหราชอาณาจักร 6%
ในปีนั้นเอง Twitter มีการเพิ่มทุนเป็น 35 ล้านเหรียญ จาก Institutional Venture Partners และ Benchmark Capital พร้อมกับรายได้ที่ไม่เปิดเผยจากแหล่งทุนอื่นๆรวมทั้ง Union Square Ventures, Spark Capital และ Insight Venture Partners
Site Functionality
WEBSITE FEATURES
1) Direct messages และ Favorites เมื่อเวลาผ่านไป Twitter ได้เพิ่ม feature หลาย ๆ รูปแบบเพื่อพัฒนาความสามารถในการใช้งาน อย่างเช่น ใน ปี 2006 ผู้ใช้สามารถส่ง Direct Message ไปถึง Following และข้อความจะไปปรากฎกับผู้รับโดยอยู่ใน Tab ที่แยกออกจาก Timeline ปกติ และจะเห็นเฉพาะผู้รับเท่านั้น
2) Favorites ซึ่งผู้ใช้สามารถให้ Tweet ไหนเป็น Favorite ก็ได้ จำนวนข้อความทั้งหมดจะแสดงเป็น link อยู่บนหน้า Homepage ของผู้ใช้ ซึ่งบุคคลอื่นสามารถเข้าไปดูข้อความที่เป็น Favorite ได้
3) Replies เป็น feature ที่ใช้ในการตอบกลับกับผู้ใช้ Twitter คนอื่น ซึ่งทำได้โดยพิมพ์ “@” แล้วตามด้วย User name ของคนที่เราต้องการตอบข้อความ และ Twitter เอง ยังได้สร้าง Hyperlink ไว้กับการพิมพ์ “@Username” เพื่อเป็นการสร้าง Link ไปยัง Profile ของผู้ใช้นั้น ต่อมาในเดือน พฤษภาคม 2007 Twitter ได้ใส่ Replies Link ไว้ที่ Profile page ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นได้ว่ามีใครตอบกลับข้อความมาบ้าง ต่อมาในเดือนมีนาคม 2009 “Replies” tab ได้เปลี่ยนมาเป็น “Mentions” ซึ่งมีความสามารถเพิ่มขึ้นคือ สามารถทำให้ผู้ใช้สามารถเห็นข้อความที่ต้องการส่งถึง หรือกล่าวอ้างถึงได้ ไม่ว่า “@Username” จะปรากฏอยู่ในส่วนใดของข้อความก็ตาม
4) Retweets ก็คือการส่งต่อข้อความ คล้าย ๆ กับคำสั่ง forward mail ซึ่งใช้เมื่อต้องการส่งต่อข้อความจาก Following ของเราไปยัง Follower ซึ่งสามารถทำได้โดยพิมพ์ “RT @Username” หน้าข้อความที่ต้องการส่งต่อ และต่อมาในปี 2009 ทาง Twitter ได้เพิ่ม Retweet button ด้านล่างข้อความเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้และในข้อความที่ Retweet จะมีชื่อของ Original users และ ชื่อของผู้ใช้ที่ Retweet
5) Lists อีก 1 feature ที่พัฒนาขึ้นมาให้ใช้งานเมื่อเดือนกันยายน 2009 เป็น feature ที่ออกมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถจัดการกับ Following ผู้ใช้สามารถที่จะจัดกลุ่ม Following และสามารถตั้งชื่อได้เอง ซึ่ง Lists ต่าง ๆ นี้จะปรากฏอยู่ที่ User Twitter’s page และถ้า Lists ที่ถูกสร้างขึ้นนั้น ได้รับความสนใจจาก Follower ตัว Follower นั้นสามารถที่จะ Follow List นั้นได้โดย Click “Follow This list”
APPLICATIONS PROGRAMMING INTERFACE (API)
ในเวลาเดียวกันกับที่ Twitter ได้พัฒนา feature ต่าง ๆ ขึ้นมา ทางบริษัทก็ได้มีการลงทุนเพื่อที่จะเพิ่มช่องทางในการใช้บริการให้มีมากขึ้น เริ่มตั้งแต่การที่ให้สามารถสมัครรับและส่งข้อความ Twitter Update ผ่านทาง standard Really Simple Syndication (RSS) feed หรือ การทำการฝัง widget หรือ graphical unit ลงบนเวบไซต์อื่น ๆ เพื่อให้สามารถแสดงข้อความจากการ tweets ได้
ในเดือนกันยายาน 2006 Twitter ได้นำเสนอ Application Programming Interface (API) ซึ่งเกิดมาจากการให้โปรแกรมเมอร์สามารถเข้ามาสร้าง widget และ application ที่หลากหลายและสามารถใช้งานร่วมกันกับข้อมูลจาก Twitter ซึ่ง API เหล่านี้ ได้แก่
• Twitter Peek: โปรแกรมที่แสดงข้อมูล update บนหน้าจอเล็ก ๆ
• Twapp: เป็นโปรแกรมที่ส่งข้อมูล update มาไว้ที่ taskbar
• Twitterfon and Twitterific: เป็นโปรแกรมใช้ Twitter บน iPhone ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ขายบน Apples iTunes
นอกจากนี้ในปี 2008 ได้มีการพัฒนา search engine for Twitter ขึ้นมาโดย Summize, The third-party developers โดยที่ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ Twitter หรือไม่ ก็สามารถที่จะเข้าไปที่ Error! Hyperlink reference not valid.ค้นหาได้ว่ามีใครพูดถึงเรื่องที่เค้าสนใจอยู่บ้างในแบบ real-time ซึ่งทำให้มีการใช้ Hashtag “#” ตามด้วยหัวข้อที่กำลังพูดคุย ซึ่งจะทำให้การค้นเจอข้อความที่โพสต์ขึ้นไปนั้นง่ายมากขึ้น
ในปี 2009 Twitter ได้เพิ่ม API ในเรื่อง geolocation ซึ่งทำให้มีแสดง geographic data ในการ tweets และได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ใช้ Twitter ผ่านโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้แล้วยังมีการพัฒนา API อื่น ๆ ขึ้นมาอย่างมากมายในปัจจุบัน
Facebook Muscles In
ด้วยความเป็นที่นิยม และกลายเป็นสัญลักษณ์ไปแล้วนั้น ทำให้ Twitter กลายเป็นที่น่าสนใจของนักลงทุน Facebook, social network ที่แซงหน้า MySpace ขึ้นมาเป็น social network ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วง Summer 2008 และเป็นหนึ่งในบริษัทที่สนใจจะซื้อ Twitter ใน Fall 2008 Facebook ได้เสนอซื้อ Twitter ด้วยมูลค่า $500 แต่เนื่องจากทาง Facebook Director ได้พยายามทำข้อตกลงซื้อขายด้วยการให้หุ้นกับ Twitter และตีมูลค่าหุ้นของตัวเองสูงถึง $8-$9 billion ซึ่งทาง Twitter ไม่เชื่อถือในมูลค่าดังกล่าว การทำสัญญาซื้อขายจึงไม่เกิดขึ้น
Facebook ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในหน้า profile homepage ในช่วงเดือนมีนาคม 2009 ซึ่งผู้สังเกตุการณ์หลาย ๆ ท่าน สรุปได้ว่า เป็นการพยายามเลียนแบบ Twitter’s user interface ก่อนที่จะมีการ redesign Facebook homepage ประกอบด้วย feature ที่รียกว่า News Feed ที่ใช้ในการแชร์ status และ link ต่าง ๆ (โดยใช้คำถามว่า What are you doing now?) ซึ่งต่างกับ Twitter Facebook’s News Feed ไม่ได้ update ในแบบ real time และไม่ได้แสดงการ update ของเพื่อนทั้งหมด ในทางตรงกันข้ามมันใช้ algorithm ในการจัดลำดับเรื่องราวและการ update ขึ้นสู่ News feed
หลังจากได้ทำการ redesign homepage มีการเปลี่ยน status update prompt เป็น What’s on your mind?” และใน status update bar ได้เพิ่มในส่วนของ tool bar ที่ทำให้ง่ายต่อการ share รูปภาพ วิดีโอและ links ต่าง ๆ ส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญอย่างเห็นได้ชัดคือ มีความสามารถในการ update แบบ real time และความแม่นยำในการเข้าถึงเพื่อนที่ update ข้อความใน new feed ซึ่งเหมือนกับ Twittter
Finding a Business Model
ช่วงปลายเดือนมีนาคม 2009 ทาง Twitter ได้เปิดเผยว่าทำไมการให้บริการพื้นฐานทั่วไปเป็นบริการฟรี ในขณะที่การให้บริการในรูปแบบ “add ons” จึงต้องคิดค่าใช้จ่าย
Stone ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นี่เป็นโอกาสในการทำให้ภาคธุรกิจได้เห็นถึงความสำคัญและคุณค่าของ Twitter ถ้าหากรูปแบบการบิการนี้สามารถทำให้ภาคธุรกิจเห็นถึงคุณค่า ทางภาคธุรกิจก็จะยอมที่จะเสียต่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพื่อให้ได้มา”
Stone ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางแผนในอนาคตของ Twitter ว่า ในเร็ว ๆ นี้จะมีการสร้าง “Certified Accounts” ซึ่งบริษัทที่สนใจจะใช้ Account ที่เป็นชื่อเฉพาะของธุรกิจนั้น ๆ สามารถเข้ามาสมัครเพื่อให้ได้ Account ที่ต้องการ
นอกจากนี้ Stone ยังได้พูดถึงแนวคิดที่ว่าอยากทำโปรแกรมที่จะนำมาประมวลผลได้ว่าผู้ใช้นั้นทำอะไรบน Twitter บ้าง และจะเดินหน้าในการพัฒนา commercial APIs ตัวใหม่ ๆ ต่อไป
ในเดือน มีนาคม 2009 Twitter ได้เริ่มให้บริการเกี่ยวกับ “Text Advertising” ซึ่งจะปรากฏอยู่บนหน้า profile homepage ในรูปแบบ single ad unit ซึ่งจะมี link และคำอธิบายระบุอยู่ ซึ่งตำแหน่งของ single ad จะอยู่ด้านล่าง ข้อความแสดงจำนวน follower และ following ของผู้ใช้นั้นๆ
ในช่วงเริ่มต้น Twitter จะเริ่มให้มีการโษณาเป็นแบบภายในเวบไวต์ Twitter เท่านั้น และเร็ว ๆ นี้จะพัฒนาในเรื่องการโฆษณาออกสู่เวบไซต์ภายนอก แต่อย่างไรก็ตามจะยังไม่คิดค่าใช้จ่าย และนอกจากนี้ยังมีรูปแบบในการลงโฆษณาที่ทาง Twitter ยังคงไม่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ Twitter ได้ประกาศตัวในเรื่องการทำสัญญาเป้นเวลาหลายปีกับ Google และ Microsoft เพื่อให้ข้อความจากการ tweets เป็น index ใน search engine ทั้งสอง จากการทำสัญญาดังกล่าว Twitter ได้เงินมา $25 million ซึ่งส่งผลให้ Twitter’s cash flow เป็นบวกในปีดังกล่าว (มีการประมาณต้นทุนในการบริหารจัดการของ Twitter ว่าจะอยู่ในช่วง $20 - $25 million) อย่างไรก็ตาม เงินในจำนวนนี้ก็อาจไม่มากพอที่จทำให้ Twitter สามารถที่จะขับเคลื่อนการให้บริการได้นานพอจึงจำเป็นที่ต้องหาแหล่งที่มาของรายได้ทางอื่น ๆ และจะไม่ใช่สิ่งที่ง่ายเลยหากบริการทุกอย่างของ Twitter ยังคงเป็น free service และมากไปกว่านั้นทาง Twitter ยังต้องเผชิญหน้ากับจำนวนผู้ใช้ 350 ล้านคนของ Facebook ซึ่งเปลี่ยน functionality บางอย่างมาให้มีความคล้ายกับทาง Twitter ซึ่งทำให้ทาง Twitter ได้รับแรงกดดันทั้งจากคู่แข่งและผู้ลงทุน จึงน่าติดตามว่า Twitter จะมีการสร้างรายได้จากทางไหนต่อไป
การวิเคราะห์ Twitter
TWITTER’S BUSINESS MODEL
VALUE PROPOSITION
Twitter เป็น website ที่ให้บริการ social networking และ micro-blogging ที่สามารถส่งข้อความและอ่านข้อความของผู้ใช้รายอื่น ซึ่งเรียกว่า “tweets” Twitter สามารถโพสต์ข้อความที่เป็น Real Time ซึ่งเร็วกว่าผู้ให้บริการรายอื่น และเร็วกว่าการใช้ e-mail หรือการส่ง SMS (short message)
เนื่องจาก Twitter เป็นเวบไซต์ที่ให้บริการในเรื่องของการ share micro-blog ที่อนุญาตให้ส่งข้อความได้ครั้งละ 140 ตัวอักษร ซึ่งทำให้ผู้ใช้ได้แบ่งปันข้อมูลข่าวสาร หรือการบันทึกประจำวันสั้น ๆ แทนการเขียน journalist
คุณค่าของ Twitter อยู่ที่มีการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล ระหว่างที่มีการชุมนุมทางการเมือง การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ และธุรกิจสามารถโฆษณาเพื่อเพิ่มยอดขายได้ Twitter จึงกลายเป็นสื่อกลางที่มีประโยชน์ทางด้านบวก
REVENUE MODEL
Twitter ได้รับเงินทุนเพิ่มกว่า $57 million จาก Venture capitalist ถึงแม้จะไม่มีการเปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ และเป็นที่ล่ำลือกันว่า Twitter ลงทุนเริ่มแรกด้วยเงินทุนมูลค่า $1 – $5 million และต่อมาในปี 2008 ได้รับเงินลงทุนอีก $22 million และต่อมาในปี 2009 ก็ได้รับเงินลงทุนอีก $35 million จาก Institutional Venture Partners และ Benchmark Capital พร้อมกันนั้นก็มีเงินลงทุนที่ไม่เปิดเผยจำนวนอีกจาก Union Square Ventures, Spark Capital และ Insight Venture Partners
The Industry Standard ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การให้บริการของ twitter ในระยะยาวจะมีข้อจำกัดมาจากการที่ Twitter ไม่มีรายได้ Todd Chaffee, หนึ่งในคณะกรรมการบริหารของ Twitter ได้คาดการณ์ไว้ว่าจะสามารถทำกำไรได้จาก e-commerce
ในวันที่ 13 เมษายน 2010 Twitter ได้ประกาศแพลตฟอร์มโฆษณาให้กับบริษัทต่าง ๆ ในชื่อ “Promoted Tweets” เพื่อให้ปรากฎอยู่ใน selective search results บนเวบไซต์ของ Twitter ซึ่งจะมีลักษณะเหมือนกันกับ Google Adwords’ advertising model และมีบริษัทที่สนใจเข้าใช้ Promoted Tweets แล้วได้แก่ Sony Pictures, Red Bull, Best Buy, และ Starbucks
มาทำความรู้จักกับ Revenue Model ของ Twitter กัน
1. Promoted Tweets
Promoted Tweets คือ ข้อความ Tweets ปกติ ที่ผู้โฆษณาเสียค่าใช้จ่ายเพื่อให้ข้อความนั้นปรากฏในกลุ่มผู้ใช้ที่กว้างขึ้น Promoted Tweets จาก advertising partners จะปรากฎที่ด้านบนสุดของ search results page บน Twitter.com
Promoted Tweets จะมีป้ายระบุ “Promoted” และมีแถบสีเหลืองให้เห็นชัดเจน ส่วนอื่น ๆ จะปรากฏเช่นเดียวกันกับการ Tweets ข้อความปกติ ซึ่งจะไปปรากฎใน Timelines ของ followers
Promoted Tweets ยังคงมี function เช่นเดียวกันกับการ Tweet ข้อความปกติ ทั้ง Replying, Retweeting และ Favorite Promoted Tweets จะปรากฎอยู่ใน search ใน Twitter.com, ecosystem partners และ user timelines ใน Hootsuite.com
2. Promoted Trends
Promoted Trends คือ advertising concept ใหม่ที่เริ่มทดลองใช้เมื่อ June 2010 ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายจาก Promoted Tweets Platform
Promoted Trends จะปรากฎที่ส่วนบนสุดใน Trending Topics list และมีข้อความระบุว่า “Promoted’ เป็นแถบสีเหลืองระบุไว้ ผู้ใช้ Twitter ทุกคนสามารถเห็น Promoted Trends ได้ตลอดเวลาที่มีการ Promoted
3. Promoted Accounts
Promoted Accounts เป็นส่วนหนึ่งใน Suggestions for you” ซึ่งจะแนะนำ accounts ที่ยังไม่ได้ follow และเป็น accounts ที่น่าสนใจ และก็เช่นเดียวกับ Promoted Tweets และ Promoted Trends คือจะข้อความระบุว่า “Promoted’ เป็นแถบสีเหลืองระบุไว้
Cost of Promote Content on Twitter
• สำหรับ Promoted Tweets จะคิดค่าใช้จ่ายแบบ Fixed rate
• ส่วนอื่น ๆ จะใช้ simple impression-based pricing model และขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาไปสู่ การใช้ Multiple Indicators เข้ามาเป็นตัวกำหนดราคา เช่น retweets, @replies, use of hashtags, avatar click, in=Tweet link clicks, view after retweet และอื่น ๆ ซึ่งทาง Twitter เรียก Collective indicators เหล่านี้รวมว่า “Resonance” ซึ่งทาง Twitter คาดว่า Resonance Pricing Model จะสะท้อนมูลค่าแท้จริงของ Promoting a Tweet ได้ดีกว่า Simple cost-per-click หรือ dollars-per-follower models.
MARKET OPPORTUNITY
Twitter ได้แสดงให้เห็นการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่าปีที่ผ่านมา ตัวเลขใหม่ที่ออกโดย Nielsen Market Research ระบุว่าอัตราการเข้าชม Twitter เพิ่มขึ้นถึง 45% และมีมากกว่า 20 ล้านผู้เข้าชมที่ไม่ซ้ำกันTwitter มีอัตราการยอมรับที่สูงมาก และด้วยความเป็น social network ที่เติบโตมากขึ้น (จาก 261 ล้านผู้ชมที่ไม่ซ้ำกันรวมถึง 314 ล้านผู้ชมที่ไม่ซ้ำกันในปีที่ผ่านมา), Twitter ยังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อเป็นผู้นำใน social network
นี่แสดงให้เห็นถึงโอกาสอันยิ่งใหญ่สำหรับ Twitter เมื่อผู้ใช้ใช้เวลาบนเวบไซต์มากขึ้น จะมีโอกาสมากขึ้นให้คลิกโฆษณา ถ้าอัตราการเข้าชมโฆษณาเพิ่มขึ้น, Facebook และ Twitter สามารถขายโฆษณาของตนได้มากขึ้น ทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นในปีหน้า
COMPETITIVE ENVIRONMENT
1.Facebook
2.MySpace
3.LinkedIn
4.Tagged
5.YouTube
6.Windows Live Team
7.Yahoo! Answers
8.Yahoo! Profiles
9.myYearbook
10.Classmates Online
11.Meebo
COMPETITIVE ADVANTAGE
1.ความง่ายในการใช้เวบไซต์
2.ความสามารถของทีมวิศวกรในการเปลี่ยนแปลง model ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
3.network effects
4.ความสามารถของทีมบริหารที่แสดงให้เห็นถึงทักษะที่ดีในการอ่านสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วการพัฒนาและการปรับตัวเร็วกว่าที่ใด ๆ ของคู่แข่ง
5.Real time ข่าวและสิ่งอื่นที่เผยแพร่ภายในไม่กี่วินาทีของสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก
6.Free service
MARKET STRATEGY
Networking: กลยุทธ์หลักของTwitter คือการปรับปรุงเครือข่ายกับลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต ผ่านตัวเลือกการค้นหาต่างๆผู้ใช้บริการสามารถติดต่อกับบุคคลอื่นที่มีความสนใจต้องการและเป้าหมายระดับมืออาชีพ
Promotion: Twitter เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบเพื่อใช้วางแผนการตลาดของคุณและบอกให้สังคมโลกข่าวล่าสุดเกี่ยวกับความก้าวหน้าระดับมืออาชีพของคุณโดยไม่ต้องลงทุนขนาดใหญ่หรือใช้เวลามาก ด้วยพื้นที่ที่อนุญาตให้สามารถโพสต์ได้ไม่จำกัด
Reach: ความเป็นไปได้ไม่มีที่สิ้นสุดเพื่อดึงดูดและเข้าถึงลูกค้าที่สนใจ ไม่เพียง แต่คุณสามารถค้นหาสำหรับลูกค้าในอนาคตพวกเขาสามารถค้นหาสิ่งที่คุณจะตอบสนองความต้องการได้อย่างเฉพาะเจาะจงเช่นกัน
Timeliness: การใช้กลยุทธ์การตลาดที่ตอบสนองถึงความต้องการในโลกยุคใหม่ที่ต้องใช้ข้อมูลได้ทันทีแบบ real time
MANAGEMENT TEAM
TWITTER’S BUSINESS STRATEGY
สิ่งหนึ่งที่ Twitter แตกต่างจากเครื่องมือทำการตลาดบน Social Media ตัวอื่นๆ คือ ข้อความที่ใช้ในการสื่อสาร จำกัดอยู่ที่ 140 ตัวอักษร ซึ่งสามารถตอบสนองพฤติกรรมการพูดคุยหรือแสดงความคิดเห็นตามธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องการเล่าเรื่องราว update สถานการณ์ต่าง ๆ รอบตัวได้เรื่อย ๆ ถึงแม้ว่าเพื่อของเขาจะไม่ได้ออนไลน์ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ก็สามารถกลับมาติดตามได้เสมอจากหน้า Timeline
ข้อแตกต่างอีกอย่างของ Twitter คือ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้ ที่เป็นลักษณะของ “คนตาม” และ “คนถูกตาม” ที่เป็นความสัมพันธ์แบบห่างๆ มีความใกล้ชิดสนิทสนมกันน้อยกว่า รูปแบบความเป็น “เพื่อน” บน Social Media อื่นๆ เช่น Facebook หรือ Hi5
ความเป็น “เพื่อน” เป็นกุญแจสำคัญในการทำการตลาดบน Social Media เพราะธรรมชาติของสังคม เพื่อนย่อมเชื่อถือในตัวเพื่อน คำแนะนำในการใช้สินค้าและบริการต่างๆจากปากของเพื่อน มีความน่าเชื่อถือมากกว่าบริษัทเจ้าของสินค้ามาขายของเอง กุญแจที่สำคัญที่สุด ของการตลาดบนSocial Media คือ “Trust” ส่วนเพื่อน เปรียบเสมือนตัวแทน ที่เป็นผู้ถือกุญแจสำคัญดังกล่าว ซึ่งเราเรียกว่า “Trust Agent”
อีกประการหนึ่งที่ถือเป็นจุดเด่นของลักษณะการใช้งานของ Twitter คือ Real-Time ซึ่งทำให้เป็นไซต์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ
Privacy and security:
• 2007 ได้ให้บริการส่ง SMS ผ่านโทรศัพท์มือถือ และได้มีการตั้ง PIN ในการ authenticate SMS นั้น
• มกราคม 2009 มี 33 โปรไฟล์ โดนมือดีเดารหัสผ่านของ twitter adim และได้ทำการส่งข้อความทางเพศและยาเสพติดมาจากโปรไฟล์ดังกล่าว
• มิถุนายน 2009 ได้ update security ในการ verified account
"MouseOver" exploit: กันยายน 2010 Twitter ได้ประสบปัญหาเกี่ยวกับ XSS Worm คือ เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้ใช้ได้เลื่อนเม้าส์มาอยู่บริเวณที่เป็นสีดำ (บนหน้าจอ) Worm ก็จะรันสคิปต์อัตโนมัติ โดยจะเปิดลิงค์และโพสต์ข้อความบน account ของผู้นั้น
Open source: ทวิตเตอร์ใช้โปรแกรม open source ในการพัฒนา โดยใช้ Gizzard Scala framework ในการสร้างข้อมูล และใช้ FlockDB ในการเก็บข้อมูล
Twitter จะเลิกใช้ MySQL เปลี่ยนเป็น Cassandra เข้าสู่ยุคของ NoSQL:
Ryan King วิศวกรของ Twitter ให้สัมภาษณ์กับบล็อก MyNoSQL ว่า Twitter มีแผนจะเปลี่ยนจากฐานข้อมูล MySQL ไปใช้ Apache Casandra ในเร็วๆ นี้ ด้วยเหตุผลเรื่องการขยายตัวของข้อมูล ตอนนี้ Twitter ใช้คลัสเตอร์ MySQL ที่ใช้ memcache เข้าช่วย แต่พบว่าต้องใช้คนดูแลรักษามาก แถมอัตราการส่งข้อมูลยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดขึ้นมาที่ 50 ล้านครั้งต่อวันแล้ว (ข่าวเก่า Twitter มีผู้ส่งข้อความกว่า 600 ครั้งต่อวินาที) เราอาจบอกได้ว่า Twitter โตขึ้นมาถึงระดับที่ relational database เริ่มรับไม่ไหว ทางออกของ Twitter จึงคล้ายกับรุ่นพี่อย่าง Google (MapReduce/BigTable) Yahoo (Hadoop) หรือ Facebook ซึ่งเป็นคนทำ Cassandra ฐานข้อมูลแบบกระจายศูนย์ ภายหลังโอเพนซอร์สและยกให้อยู่ในการดูแลของโครงการ Apache แนวทางนี้มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า "NoSQL" ซึ่งหมายถึงวิธีการเก็บข้อมูลแบบอื่นๆ ที่ไม่ใช่ relational database นั่นเอง
Five Forces Model
1. Rivalry within An Industry: การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม
การแข่งขันภายใน Social Network เองมีสูงมาก เพราะปัจจุบันมี Social Network ให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Facebook MySpace และอื่น ๆ อีกมากมายซึ่งแน่นอนว่าเมื่อมีทางเลือกที่เยอะขึ้น การแข่งขันย่อมสูงขึ้นตาม และขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถดึงศักยภาพหรือจุดเด่นของตนเองให้ออกมาเด่นชัดได้อย่างไร หรือทำอย่างไรให้ผู้ใช้เห็นถึงคุณค่าของ Social Network ของตนเอง
2. Bargaining Power of Customers: อำนาจการต่อรองของลูกค้า
เนื่องจากปัจจุบัน Social Network มีให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย จึงทำให้ลูกค้ามีอำนาจต่อรองสูง หาก Interface หรือ Function การใช้งาน ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ ก็อาจสูญเสียฐานลูกค้าได้ แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริการส่วนใหญ่ของ Twitter นั้นยังคงเป็น free service และสามารถโพสต์ได้แบบไม่จำกัดจำนวน จึงทำให้ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย
3. Bargaining Power of Suppliers: อำนาจการต่อรองของ Supplier
—-
4. Threat of New Entrance: การเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่
การเข้ามาของผู้แข่งขันรายใหม่ทำได้ง่าย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าคู่แข่งรายใหม่นั้นจะใช้อะไรเป็นจุดเด่นที่จะมาสร้างให้ เกิด Network Effect ที่รุนแรงและรวดเร็วจนมาตีตลาดความนิยมของ Twitter ในปัจจุบันได้หรือไม่
5. Treat of Substitute Products: แรงผลักดันของสินค้าทดแทน
ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีสินค้าทดแทนทางตรงที่จะมาทดแทน Twitter ได้ แต่หลังจากมีการแสดงความเห็นกันในห้องเรียน ทำให้เรารู้ว่าจริงๆแล้ว มีสินค้าที่สามารถทดแทนได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Facebook MySpace หรือแม้แต่ Hi5
SWOT
Strengths
• สามารถโพสต์ข้อความและกระจายข้อมูลไปยังผู้รับได้หลายคน
• ยังไม่มีคู่แข่งในแง่ของ Micro-Blogging
• การใช้งานเวบไซต์ทำได้ง่ายแต่มีพลังในการสื่อสาร
• เป็นเวบไซต์ที่ให้บริการฟรี
• ประสบความสำเร็จในเรื่องการสร้าง social network และเป็นที่รู้จัก
• มีนักพัฒนาโปรแกรมเข้ามาพัฒนา application มากมายเพื่อให้ง่ายต่อการใช้ งานของผู้ใช้
• ข้อมความที่โพสต์ขึ้นมานั้นแสดงผลแบบ real time
• สามารถค้นหาข้อความที่ถูกโพสต์ผ่านทาง Twitter search Google search และ Bing search
• ทั้งหมดนี้ Twitter ได้ใช้ RSS เข้ามาช่วยในการทำงาน
Weaknesses
• เวบไซต์มีคนเข้ามาใช้เยอะ ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าใช้งานได้อยู่บ่อย ๆ
• The API calls are limited. Hurts App growth.
• ในกรณีที่ต้องการส่งข้อความที่ยาวกว่า 140 ตัวอักษร ทำได้ยาก ต้องโพสต์หลายครั้งติดต่อกัน
Opportunities
• ในอนาคต Twitter อาจก้าวไปสู่การเป็น search engine ได้
• Twitter กำลังจะกลายเป็น social media marketing tool ที่ยิ่งใหญ่ต่อไป
• ในอนาคต Twitter กำลังจะกลายเป็นแหล่งการติดต่อสื่อสารสำคัญระหว่างธุรกิจกับกลุ่มลูกค้า
• เป็นไปได้ว่า Twitter จะกลับมาแรงอีกในอีก 1-2 ปี โดยการบริหารของ CEO คนใหม่
• มีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากกลยุทธ์ทางการตลาดแบบใหม่ ๆ
Threats
• เนื่องจาก twitter นั้นได้โตในระยะเวลาอันสั้น หากไม่มีการ update สิ่งใหม่ๆเข้าไป อาจทำให้ผู้ใช้ไม่ให้ความสนใจ
• เป็นไปได้ว่าอาจจะมีการปล่อยไวรัสบน Twitter จากผู้ใช้ (ที่ไม่หวังดี) บางคน
• Twitter นั้นมีรายได้ที่ไม่แน่นอน
• ใช้ชื่อปลอมในการสมัคร Twitter เช่น ใช้ชื่อดารานักร้อง เพื่อผลประโยชน์บางอย่าง
• Facebook ได้รับความสนใจมากกว่าการ Twitty และเป็นคู่แข่งขันของ Twitter ในโลกของ microblogging
• เมื่อไหร่ก็ตามที่คู่แข่งขันมี feature มากกว่า Twitter นั้น ก็จะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของ twitter หายไป
แนวคิดสำหรับการทำตลาดบน TWITTER
แม้ข้อมูลจากหลายๆ สำนักในปัจจุบัน จะระบุว่าผู้ใช้งานTwitter มีจำนวนน้อยกว่า Facebook แต่จากการศึกษากลับพบว่าความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ส่งผ่าน Twitter นั้นกลับมีสูงกว่าและแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่าFacebook นั่นคือเหตุผลที่นักการตลาด ไม่ควรมองข้ามTwitter
ข้อจำกัดหลักที่ทำให้ Twitter ดูเหมือนจะด้อยกว่า Social Network อื่นๆ คงเป็นเรื่องความสามารถในการ รองรับการเขียนข้อความได้เพียง 140 ตัวอักษร ซึ่งนักการตลาด อาจมองว่าไม่เพียงพอที่จะสื่อสารข้อมูลอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ แต่ว่า Twitter เองยังมีเครื่องมือและเทคนิคต่างๆอีกมากมาย ที่ช่วยให้การแพร่กระจายของข้อมูลเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว เช่นการ Retweet และในที่นี่จะขอแนะนำแนวคิด 8 ประการ สำหรับการทำตลาดบน Twitter ดังนี้
1. ศึกษาวิธีการใช้งานและเครื่องมือต่างๆ ที่มีอยู่ใน Twitter
2. กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณในทวิตเตอร์
3. Follow กลุ่ม Twitter Influencer โดยสามารถดูได้จาก www.thaifollow.com หรือในหมวด 1 day mention ของhttp://lab.in.th/thaitrend
4. ดูแนวโน้มของเหตุการณ์หรือสิ่งที่ผู้คนบนทวิตเตอร์กำลังให้ความสนใจพูดถึงกันในแต่ละวันผ่าน http://lab.in.th/thaitrend เพื่อให้นักการตลาดสามารถมองเห็นภาพรวมความเคลื่อนไหวและกระแสของชาวทวิตเตอร์ในช่วงเวลานั้นๆ
5. ข้อมูลต่างๆ จาก ข้อ 1- 4 จะช่วยนักการตลาดให้เริ่ม มองเห็นว่าควรนำเสนอ เนื้อหาแบบใดและ Mention ถึงใคร เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และกลุ่มเป้าหมายของตน
6. การพูดคุยบนTwitter แตกต่างจาก Social Network อื่นๆ ตรงที่ผู้คนบน Twitter ส่วนใหญ่เป็นคนวัยทำงานที่มีความรู้ ความสามารถ และเชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ หลากหลายกันออกไป ดังนั้นอย่าใช้ Twitter เพื่อเน้นเฉพาะการขายสินค้าหรือบริการ แต่เพียงอย่างเดียว เพราะอาจก่อให้เกิดความรำคาญ และหงุดหงิดกับผู้หลักผู้ใหญ่เหล่านั้น แต่ควรรอจังหวะที่เหมาะสม และ ใช้คำพูดที่เหมาะสมก่อนการเสนอสินค้า
7. อาจกล่าวได้ว่าการตลาดบน Twitter เป็นการตลาดแบบ Personal Relationship มากกว่า เป็นช่องทางการโฆษณาขายของ
8. การนำเสนอ เนื้อหาบน Twitter นั้นต้องมั่นใจว่า เขียนได้ถูกต้อง เป็นจริง รวมทั้งได้รับการตรวจสอบเป็นอย่างดีแล้วก่อนจะทำการส่งออกไป เพราะข่าวสารที่ไม่ถูกต้องหรือ ส่งผลกระทบด้านลบ ต่อภาพลักษณ์ของสินค้าหรือบริการนั้น มักจะแพร่ขยายไปได้กว้างขวางและรวดเร็วมากบนโลก Twitter อีกทั้งการตามไปแก้ไขข่าวหรือข้อมูลให้ถูกต้องทั่วถึงในภายหลัง มักเป็นไปได้ยากและไม่ครอบคลุม
การใช้ Twitter เพื่อการตลาด นั้น ไม่ต่างอะไรจากการเข้าสังคม ในโลกแห่งความเป็นจริง นักการตลาดต้องใช้เวลาพิสูจน์ความจริงใจ และ มิตรภาพที่พร้อมหยิบยื่นให้ชาว Twitter การแบ่งปันความรู้สึกดีๆ รวมถึงเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ จะเป็นตัวช่วยได้เป็นอย่างดี
เคล็ดลับทั้ง 8 ขั้นตอนในการประยุกต์ใช้ทวิตเตอร์ให้เหมาะสมกับธุรกิจ
ขั้นที่ 1 เลือก username ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจ
วิธีนี้เป็นขั้นตอนแรกที่จำเป็นจะต้องกระทำโดยนำชื่อของผู้ประกอบการไปบวกควบรวมกับชื่อของธุรกิจผู้ประกอบการให้ออกมาอยู่ในรูปแบบที่สามารถจดจำง่าย และสะท้อนความมีเอกลักษณ์เป็นตัวของตนเองที่สุด เช่น เว็บไซต์ INCquity ก็ใช้ username ในทวิตเตอร์ว่า @incquity เป็นต้น
ขั้นที่ 2 สร้าง background สื่อถึงตัวตนในธุรกิจ
วิธีนี้จะเป็นในลักษณะรูปแบบเดียวกันกับในขั้นตอนแรกคือ หลังจากสมัครสมาชิกเลือก username ในขั้นตอนแรกแล้ว ให้ไปทำภาพพื้นหลังหรือ background ในหน้าทวิตเตอร์ของผู้ประกอบการให้ออกมามีลักษณะบ่งบอกความเป็นตัวตนของธุรกิจที่กำลังดำเนินอยู่ เช่น เป็นรูปของผู้ประกอบการที่ถ่ายไว้หน้าออฟฟิศสำนักงาน และหากเป็นผู้บริหารก็อาจจะเลือกแบบที่มีรูปของตนเองคู่กับโลโก้ของทางบริษัทจะเป็นวิธีการสื่อสารที่ชัดเจนที่สุด โดยนอกจากนี้การเลือกธีมและสีอันโดดเด่นที่มีความเหมาะสมก็เป็นวิธีช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับหน้าทวิตเตอร์ของผู้ประกอบการอีกทางหนึ่งด้วย
ขั้นที่ 3 ใช้ทวีตแต่ละครั้งให้เกิดประโยชน์และสร้างคุณค่า
การทวีตหรือที่เรียกว่าการส่งข้อความในแต่ละครั้งนั้นจะถูกจำกัดอยู่ที่ 140 ตัวอักษรเท่านั้น จงใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยขอแนะนำให้ทวีตเพื่อกระจายข่าวสารของทางบริษัท กิจกรรมแคมเปญหรือสินค้าตัวใหม่ๆ ให้ข้อมูลข่าวสารสถานการณ์ปัจจุบัน ราคาหุ้น ราคาน้ำมัน ตอบคำถามของลูกค้าผู้บริโภค หรือ retweet สิ่งที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ เป็นต้น
ขั้นที่ 4 สร้างเครือข่ายติดต่อกับผู้อื่น
ทวิตเตอร์จะไม่มีประโยชน์ในทางธุรกิจเลยถ้าการติดต่อสื่อสารนั้นจำกัดอยู่เพียงในมุมแคบๆส่วนหนึ่งในระบบออนไลน์ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรวางการบริหารและสร้างเครือข่ายบนทวิตเตอร์ให้มากเข้าไว้ด้วยการตาม (Following) บุคคลที่มีเชื่อเสียง นักทวิตเตอร์ตัวยง หรือคนที่น่าสนใจ และในทางกลับกันก็ให้บุคคลเหล่านั้นติดตามกลับ (Followers) ผู้ประกอบการด้วยอีกทางหนึ่ง โดยใช้วิธีการหมั่นทวีตข้อความเพื่อสร้างเครือข่ายให้กว้างและครอบคลุมเข้าไว้หรือจะเป็นการตอบกลับในคำถามที่ถูกตั้งมาให้และการ retweet ก็เป็นวิธีการสร้างเครือข่ายที่ได้ผลเช่นกัน
ขั้นที่ 5 ใช้ทวิตเตอร์เพื่อส่งเสริมธุรกิจ
นำทวิตเตอร์มาใช้ในการพูดคุยตอบคำถามและรับฟังความคิดเห็นทั้งจากด้านคู่ค้าทางธุรกิจและผู้บริโภค เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางที่ดีมากในการแจ้งข้อมูลข่าวสาร แคมเปญ โปรโมชั่นสินค้าที่ใหม่ออกไปสู่ผู้ติดตามให้รับทราบ อันเป็นวิธีการช่วยสนับสนุนส่งเสริมธุรกิจอีกวิธีจากตัวของผู้ประกอบการโดยตรง
ขั้นที่ 6 ใช้โปรแกรมหรือฟังก์ชั่นที่ช่วยรองรับการใช้ทวิตเตอร์
ในหลายครั้งผู้ประกอบการก็ต้องเจอปัญหาในการใช้ทวิตเตอร์เหมือนกัน ทั้งในเรื่องปัญหาของเว็บไซต์ที่บ่อยครั้งมักจะเกิดอาการล้มเหลวไม่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลได้เพราะมีผู้ใช้จำนวนมากจนระบบล่ม หรือเป็นเพราะภารกิจส่วนตัวของผู้ประกอบการเองที่ทำให้ไม่อาจจะอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อทำการทวีตหรือตอบคำถามได้อยู่ตลอดเวลา การดาวน์โหลดโปรแกรมที่เป็นแอพพลิเคชั่นเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าวจึงเป็นวิสัยที่ควรกระทำเพื่อความต่อเนื่องในการใช้ทวิตเตอร์ เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือที่สามารถตอบสนองรองรับการทวิตเตอร์นอกสถานที่ได้ หรือการดาวน์โหลดโปรแกรมอย่างเช่น TweetDeck ที่จะเป็นทางเลือกในการบรรเทาปัญหาการใช้งานของเว็บไซต์ให้หมดไป เช่น ปัญหาในการเชื่อมต่อและสามารถตอบกลับข้อความได้โดยตรงในครั้งเดียวกันเป็นต้น
ขั้นที่ 7 ติตตามผล
ข้อดีอย่างหนึ่งของการใช้ทวิตเตอร์กับการดำเนินงานทางธุรกิจ คือ สามารถติดตามและทราบผลของกระแสตอบรับได้โดยทันที เป็นการสื่อสารสองทางที่ผู้ประกอบการต้องมั่นตรวจสอบในความคิดเห็นและการตอบกลับหลังจากที่ได้ทำการทวีตข้อมูลข่าวสารไปแล้ว เพื่อติดตามในข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่ผู้คนได้แสดงการตอบสนองหลังจากการทวิตเตอร์ของผู้ประกอบการ
ขั้นที่ 8 หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่สร้างสรรค์และขาดมารยาท
พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงได้แก่การไม่ตามใครเลยในทวิตเตอร์ พูดจาโฆษณาโอ้อวดที่เกินไปจากความเป็นจริงบนทวิตเตอร์ โต้เถียงกับผู้อื่น หรือพูดเกี่ยวกับตนเองจนมากเกินไปและสร้างความน่ารำคาญ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาดบนทวิตเตอร์เพราะจะสร้างผลเสียให้เป็นอย่างมากสำหรับธุรกิจของผู้ประกอบการ
เทคนิคการ Tweet ให้มีคนมา follow
การที่จะให้คนหลายๆ คนสนใจใน Tweet ของเรา สิ่งแรกที่ควรปรับแต่งคือ ปัจจัยภายในของตัวเราเอง และปัจจัยภายนอก ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่ได้ปรับแต่งแล้ว ก็จะมีคนมา follower คุณเรื่อยๆ
ตัวอย่างเทคนิคการ Tweet ที่ผู้ใช้กล่าวถึง
• Tweet บ่อย ๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยเขียนด้วยคำพูดที่ฉลาด และมีสติในการเขียน ที่สำคัญคือ ต้องเป็น tweet ที่เราเขียนขึ้นเอง ไม่ซ้ำกับคนอื่น เพราะคนอ่านจะรู้สึกว่าเมื่อมาอ่าน tweet ของคุณแล้ว เค้าจะรู้สึกว่าคุณเป็นคนฉลาด (โดย Chris Brogan
• มีความสนใจในเรื่องที่จะ tweet อย่างจริงจัง มีความอยากที่จะเรียนรู้ และแบ่งปันข้อมูลที่มีคุณค่าผ่าน tweet (โดย Perry Belcher )
• Tweet บ่อย ๆ ในทุกเรื่องที่คุณคิดว่าน่าสนใจ (โดย Alyssa Milano)
• หาเพื่อนใหม่ ๆ อยู่ตลอด โดยใส่ใจและให้น่ารักกับทุก ๆ คนอย่างเท่าเทียมกัน (โดย BuzzEdition)
• แบ่งปัน tweet ที่มีคุณค่าต่อ community โดยการ Retweet ข้อความที่มีประโยชน์ (โดย Jason Pollock)
• ค้นหาสไตล์ของตัวเอง เพราะผู้คนจะชอบเมื่อคุณเป็นตัวของตัวเอง (โดย FeatureBlend)
• อย่าลืมว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสนใจเรื่อง Social Media หรือเทคโนโลยีล้วน ๆ ดังนั้นลอง tweet เรื่องตลก ๆ หรือเรื่องที่น่าสนใจอื่น ๆ แทรกไปบ้าง ไม่ใช่ยึดติดกับ tweet ที่เป็นเรื่องหลัก ๆ ที่คุณจะเขียนเพียงอย่างเดียว (โดย Kim Sherrel)
• Tweet แบบเฉพาะเรื่อง โดยให้เน้นเป็นเรื่อง ๆ ไป เช่นหากคุณชอบเรื่อง design ก็เน้น tweet เกี่ยวกับดีไซน์ และลองตาม follow คนที่พูดเรื่องดีไซน์ (โดย Phaoloo)





