Case Study Implementing E Learning At Nida

Implementing e-Learning at NIDA

โครงการ e-Learning ได้ถูกริเริ่มเมื่อปลายปี 2007 โดยมี รศ.ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ รองอธิการบดีในขณะนั้นเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการโครงการนี้ ทั้งนี้เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนและเพิ่ม
จำนวนนักศึกษาที่ต้องการเรียนผ่านระบบ online
ปัจจุบันปี 2009 ครบรอบ 1 ปีนับแต่วันเริ่มต้นโครงการ รศ.ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ ให้หยุดโครงการชั่วคราว แล้วพิจารณาว่ามีอะไรบ้างที่สำเร็จ มีอะไรบ้างที่ยังเป็นปัญหา และจะต้องดำเนินการต่อไปอย่างไรเพื่อแก้ปัญหานั้น ซึ่งเขาพอใจกับความก้าวหน้าของโครงการที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีเขายังตระหนักถีงปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขต่างๆ ได้แก่ ปัญหาเรื่องความไม่สมดุลของเทคโนโลยีกับงบประมาณ ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นของบุคคลากรในระบบ ปัญหาเรื่องความสามารถของบุคลากร รวมถึงเวลาที่ค่อนข้างจำกัด การกลัวการเปลี่ยนแปลงของบุคคลากร รศ.ดร.ประดิษฐ์ ต้องกำหนดขั้นตอนต่อไปที่จะกระตุ้นให้อาจารย์และนักศึกษาปรับตัวและหันมาสนใจในระบบ e-Learning และตัดสินใจว่าต้องทำอย่างไรให้ e-Learning ของ NIDA แตกต่างจากสถาบันอื่น การเผชิญหน้ากับการต่อต้านในขณะนั้นทำให้ รศ.ดร.ประดิษฐ์ ต้องตัดสินใจเกี่ยวกับกลยุทธ์และประเมินว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป

ANALYSIS BUSINESS STRATEGY
กลยุทธ์ระยะสั้นของ NIDA e-Learning
•e-learning เป็นระบบที่จะมาเสริมการเรียนการสอนในห้องเรียน ไม่ใช่ระบบที่จะมาทดแทน โดย e-Learning จะนำมาใช้ในการสรุปบทเรียนในห้องเรียนเพื่อให้นักศึกษาทบทวนก่อนสอบ และจะช่วยนักศึกษาที่ขาดเรียนในวันนั้นสามารถเข้าไปที่ website เพื่อทบทวนบทสรุปการเรียนในวันนั้นได้อีกด้วย นอกจากนี้ อาจารย์ยังสามารถใช้ e-Learning เป็นช่องทางในการสื่อสารกับนักศึกษาได้ง่ายขึ้นด้วย เช่น ในการให้การบ้าน รวมไปถึงความรู้พิเศษเพิ่มเติมนอกเวลาเรียน ผ่าน web board อันเป็นการช่วยส่งเสริมการสื่อสารและความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาและอาจารย์ให้สามารถติดต่อสื่อสารกันไม่ว่าเวลาไหนและที่ใดได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งอาจารย์ไม่จำเป็นต้องนัดเรียนเพิ่ม เนื่องจากเป็นการยากที่ทุกคนจะว่างพร้อมกัน
กลยุทธ์ระยะยาวของ NIDA e-Learning
•ยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน มุ่งเพิ่มจำนวนนักศึกษา ลดจำนวนอาจารย์ และนำเสนอหลักสูตรที่ยืดหยุ่น
•เปลี่ยน NIDA ให้เป็น e-University ด้วยระบบ e-Learning, e-Testing และ e-Office
•ต้องทำอย่างไรให้ e-Learning ของ NIDA แตกต่างจากสถาบันอื่น
•Online Degree

SWOT ANALYSIS
STENGTHS
จุดแข็งของหลักสูตร e-Learning สำหรับการศึกษาในระดับปริญญาโทขึ้นไปพบว่า
1.ช่วยประหยัดเวลาและประหยัดต้นทุนในการเดินทาง สามารถเรียนที่ไหนเมื่อไรก็ได้
2.นักศึกษามีอิสระมากขึ้นในการการอภิปรายแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี
3.ลดต้นทุนการเรียนการสอนในระยะยาว หลังจากโครงสร้างพื้นฐาน เช่น computer, application และ network เกิดขึ้นแล้ว ต้นทุนในการสอน (delivery cost) ของระบบ e-learning จะต่ำกว่าระบบ face-to-face แบบเดิมมาก
4.อาจารย์ผู้สอนมีเวลาในการทำการวิจัยและงานอื่นนอกเหนือจากงานสอนมากขึ้น
5.เพิ่มคุณภาพการเรียนการสอน ด้วย multimedia เช่น PowerPoint, Video, Audio และ Animation

WEAKNESS
จุดอ่อนของหลักสูตร e-Learning สำหรับการศึกษาในระดับปริญญาโทขึ้นไปพบว่า
1.ปัญหาเรื่องความไม่สมดุลของเทคโนโลยีกับงบประมาณ งบประมาณของโครงการที่จำกัด ต้นทุนในการพัฒนาประมาณ 3 แสนบาทต่อวิชา โดยต้องการพัฒนา 30 วิชา ต้นทุนประมาณ 10 ล้านบาท ในขณะที่ตั้งงบประมาณไว้เพียง 2 ล้านบาทเท่านั้น ต้นทุนของ e-Learning ไม่ใช่เพียงแค่ hardware, software และ network เท่านั้นแต่มันยังรวมถึงต้นทุนในการ maintenance, upgrade และต้นทุนบุคลากร
2.ต้นทุนในการพัฒนาระบบ e-learning ยังสูงกว่าระบบ face-to-face แบบเดิมถึง 5 เท่า
3.การออกแบบระบบ online ที่ไม่มีประสิทธิภาพ คือ กระตุ้นความสนใจของนักศึกษาน้อย ซ้ำไปซ้ำมา น่าเบื่อ
4.นักศึกษาขาดความสามารถในการบริหารเวลา ขาดระเบียบวินัย ขาดความสามารถในการค้นหาข้อมูล และทักษะในการใช้ภาษา โดย e-learning จะเป็นแรงจูงใจให้นักศึกษาไม่เข้าเรียน เพราะสามารถเข้าถึงสื่อการสอนได้เหมือนกับนักศึกษาที่เข้าเรียน
5.นักศึกษามีความชอบให้ e-Learning มีการสอนแบบเลคเชอร์ประมาณ 80% ของเวลาทั้งหมด ในขณะที่ในการศึกษาด้วยตนเองแบบ e-Learning มีการสอนแบบเลคเชอร์เพียง 20% ของเวลาทั้งหมด
6.ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นของบุคคลากรในระบบ ปัญหาเรื่องความสามารถของบุคลากร รวมถึงเวลาที่ค่อนข้างจำกัด การกลัวการเปลี่ยนแปลงของบุคคลากร
6.1อาจารย์บางท่านเห็นว่า e-Learning ทำให้ตนต้องทำงานงานเพิ่ม
6.2บางคนกังวลว่าจะถูกขโมยทรัพย์สินทางปัญญาจากการสอนระบบ on-line
6.3บางคนกลัวว่าถ้าใส่สื่อการสอน online จะทำให้อาจารย์ไม่มีประโยชน์กับมหาวิทยาลัยอีกต่อไป
6.4อาจารย์หลายท่านไม่มั่นใจว่าสื่อการสอนในระบบ e-Learning จะเป็นของอาจารย์หรือของมหาวิทยาลัย
6.5อาจารย์บางท่านไม่เข้าร่วม e-Learning เนื่องจากไม่ต้องการถูกบันทึกการสอน เพราะอาจพูดบางอย่างที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลในทางกฎหมาย
7.ปัจจัยความสัมพันธ์ด้านอายุกับการใช้คอมพิวเตอร์ในการสอน อาจารย์ที่สูงอายุส่วนใหญ่จะไม่ชอบเทคโนโลยี

OPPORTUNITY
1.ความต้องการเรียนของนักศึกษาระดับผู้ใหญ่ที่อยู่ในวัยทำงาน และมีครอบครัวแล้วสูงขึ้น
2.ตลาดมีอัตราการเติบโดสูงถึงกว่า 50% ต่อปี โดยในปี 2000 e-Learning จะมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 7 พันล้านดอลลาร์ หรือน้อยกว่า 1% แต่มีการเติบโตถึง 50% ต่อปี ระหว่างปี 2000-2005 โดยเพิ่มขึ้นเป็น 40 พันล้าน

THREAT
1.การยึดติดกับรูปแบบการเรียนการสอนแบบเดิมระหว่างอาจารย์และนักศึกษา จึงทำให้ e-Learning ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร
2Broadband ที่เป็นช่องทางให้นักศึกษาสามารถเข้าถึง multimedia ผ่านทาง internet ที่ต้องรอให้ประเทศไทยมีระบบ fiber optics, 3G, 4G และ Wimax เสียก่อน
3.การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นของแต่ละมหาวิทยาลัย
4.มหาวิทยาลัยที่ได้มีการเปิดสอนหลักสูตร on-line กันไปแล้วหรือที่กำลังจะเปิดสอน จะเชี่ยวชาญและมีการพัฒนาหลักสูตรที่ก้าวไกลไปแล้วอย่างมาก
5.การจัดสรรงบประมาณที่ได้รับจากส่วนกลางที่ไม่เพียงพอ

FIVE FORCES MODEL
1.Potential Threat of New Entrants
มหาวิทยาลัยต่างๆที่ปัจจุบันยังไม่มีหลักสูตร on-line มีแนวโน้มจะเปิดสอนหลักสูตร on-line มากขึ้น ทั้งนี้เพราะ
•การแข่งขันในตลาดแรงงานสูงขึ้น ทำให้ความต้องการเรียนของนักศึกษาระดับผู้ใหญ่ที่อยู่ในวัยทำงาน และมีครอบครัวแล้วสูงขึ้น
•ต้นทุนในการ implement หลักสูตร on-line ทั้ง Hardware, Software และเทคโนโลยีต่างๆ มีแนวโน้มลดลง รวมถึงหลังจากการ implement หลักสูตร on-line แล้วจะทำให้ต้นทุนการสอนในระยะยาวลดลงอย่างมาก
•Broadband ที่เป็นช่องทางให้นักศึกษาสามารถเข้าถึง multimedia ผ่านทาง internet ที่ต้องรอให้ประเทศไทยมีระบบ fiber optics, 3G, 4G และ Wimax เสียก่อน
2.Bargaining Power of Customers
นักศึกษามีอำนาจการต่อรองสูง เนื่องจากในปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาหลายแห่ง เปิดสอนหลักสูตร on-line เป็นจำนวนมาก และค่าเล่าเรียนก็ไม่สูงมาก ทำให้นักศึกษามีทางเลือกมากขึ้น
3.Bargaining Power of Suppliers
•อาจารย์ เป็นปัจจัยสำคัญในการที่นักศึกษาจะตัดสินใจเลือกเรียนในสถาบันไหน โดยอาจารย์ที่มีชื่อเสียงก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกสอนในสถาบันทึ่มีชื่อเสียงเช่นกัน ซึ่งอาจารย์ที่เก่งในประเทศไทยมีน้อย จึงทำให้มีอำนาจต่อรองสูง
•IT ผู้ออกแบบระบบ online ให้มีประสิทธิภาพ สามารพกระตุ้นความสนใจของนักศึกษาได้ ยังมีอยู่น้อย จึงทำให้มีอำนาจต่อรองสูง
•ทึมงานสนับสนุน ที่จะรับผิดชอบในการจัดทำเนื้อหาวิชาสำหรับ e-Learning website เช่น ผู้เชี่ยวชาญ Audio-Visual ที่ทำหน้าที่ผลิตสื่อการสอน และตัดต่อวีดีโอ ยังมีอยู่น้อย จึงทำให้มีอำนาจต่อรองสูง
4.Threat of Substitute Products
•เนื่องจากธุรกิจโทรศัพท์มือถือ PDA และ Laptop ได้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว จากการศึกษาแบบ e-Learning จึงกลายมาเป็น m-Learning หรือ Mobile Learning เมื่อมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีแบบไร้สาย เทคโนโลยีสำหรับอุปกรณ์ไร้สายต่างๆ ก็ถูกพัฒนาตามขึ้นไปด้วย ซึ่งได้แก่ Bluetooth, WAP (Wireless Application Protocol), GRPS (General Packet Radio System) และ UMTS (Universal Mobile Telecommunications System)
•การเรียนการสอนแบบ face-to-face จากงานวิจัยพบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ยังชอบการเรียนแบบ face-to-face เพราะมีสอนแบบเลคเชอร์ประมาณ 80% ในขณะที่การศึกษาด้วยตนเองแบบ e-Learning มีการสอนแบบเลคเชอร์เพียง 20% ของเวลาทั้งหมด
5.Industry Competitors
ด้วยการแข่งขันในตลาดแรงงานสูงขึ้น ทำให้ความต้องการเรียนของนักศึกษาระดับผู้ใหญ่ที่อยู่ในวัยทำงาน และมีครอบครัวแล้วสูงขึ้น ซึ่งคนกลุ่มนี้จะไม่ค่อยมีเวลาในการเดินทางมาเรียนที่มหาวิทยาลัย ทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆมีการปรับหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของตลาด จึงได้เปิดหลักสูตร on-line เป็นจำนวนมาก ได้แก่
•จุฬาลงกรณ์มหาวิยาลัย ได้จัดทำการสอนผ่านระบบเครือข่าย ChulaELS (Chula E-Learning System) (www.ChulaOnline.com)
•มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการเรียนการสอน e-Learning 25 วิชา (http://e-learning.tu.ac.th/)
•มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดสอนหลักสูตร on-line 10 หลักสูตร ซึ่งรวมถึงหลักสูตร MBA ด้วย(www.eLearning.au.edu)
•มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มีการเปิดสอนในหลักสูตร MBA on-line (http://mbaonline.utcc.ac.th/)
•มหาวิทยาลัยรามคำแหง (www.ram.edu/elearning/index.php)
•มหาวิทยาลัยขอนแก่น (http://e-learning.kku.ac.th/)
ด้วยการที่ e-Learning ประสบความสำเร็จในหลายสถาบันคู่แข่ง บางแห่งมี full e-Learning Degree ที่ให้นักศึกษาสามารถเรียนที่ไหนเมื่อไรก็ได้ ถ้า NIDA ไม่สามารถประสบความสำเร็จในการ implement e-Learning นักศึกษาจะหันไปสมัครที่สถาบันคู่แข่ง ทำให้ NIDA มีจำนวนนักศึกษาสมัครเรียนลดลง

KEY SUCCESS FACTOR
3 ปัจจัยที่จะทำให้ e-Learning ประสบความสำเร็จ ได้แก่
1.นักศึกษา ความพร้อมของนักศึกษาไม่ได้เป็นปัญหาในการ implement e-Learning เพราะนักศึกษาเป็นศูนย์กลางการเรียนและต้องการหาความรู้อยู่เสมอ ซึ่ง e-Learning จะเป็นช่องทางในการเข้าถึงความรู้
2.อาจารย์ สมาชิกคณะบางคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์ที่สูงอายุที่อาจจะไม่สนใจ e-Learning และกลายเป็นแรงต่อต้านหลัก แต่ก็ยังมีความหวังว่าเมื่อท่านเหล่านี้ได้มีประสบการณ์ได้รับประโยชน์จากการใช้ e-Learning ในห้องเรียนและการทำงานของเขา ท่านเหล่านั้นอาจเข้ามาเป็นส่วนร่วมหนึ่งในการขับเคลื่อน e-Learning ได้ ดังเช่นเมื่อ PowerPoint เริ่มเข้ามาในไทย อาจารย์ก็ไม่ใช้มันเพราะว่ามันก้าวหน้าเกินไปและอาจารย์ไม่ต้องการที่จะเรียนรู้วิธีการใช้มัน ต่อมาเมื่อ PowerPoint นิยมมากขึ้น อาจารย์เกือบทุกคนใช้ PowerPoint ในการสอน สรุปได้ว่า อาจารย์ต้องการเวลานอกจากเวลาที่ใช้ในการทำงานประจำเพื่อที่จะทุ่มเทให้กับการเรียนและการจัดทำสื่อการสอนในรูปแบบของ slide presentation และ video สำหรับ e-Learning
3.ทรัพยากรของ NIDA เป็นปัจจัยที่เป็นข้อจำกัดมากที่สุด ความเพียงพอของทรัพยากรทั้งทางการเงินและทางด้านอื่นๆ เช่น ทรัพยากรบุคคล การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี ที่ NIDA ยังคงขาดแคลนอยู่ ซึ่งการที่จะ implement e-Learning อย่างเต็มรูปแบบ NIDA จะต้องการได้รับการจัดสรรงบประมาณอย่างมากเพียงพอต่อการลงทุนในส่วนต่างๆ

IT ROLE
•Implement and maintain ด้านระบบปฏิบัติการ e-Learning ซึ่งเรียกว่า Learning Management System (LMS)
•พัฒนาและปรับปรุงระบบ e-Learning อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันกับ Technology ที่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว
•จัดให้มีทีมสนับสนุนที่จะรับผิดชอบในการจัดทำเนื้อหาวิชาในรูปแบบอิเลคทรอนิกส์ สำหรับ e-Learning website เช่น PowerPoint และ Video ที่สามารถ on-line และเล่นบนเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ โดยในทีมควรประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ Audio-Visual ที่ทำหน้าที่ผลิตสื่อการสอน และตัดต่อวีดีโอและ slide ซึ่งทีมนี้ควรสร้างรูปแบบสื่อการสอนที่สม่ำเสมอเป็นรูปแบบเดียวกันทุกวิชา เพื่อให้อาจารย์ที่ไม่ได้เรียนมาด้านคอมพิวเตอร์สามารถที่จะทำ e-Content ได้ง่าย โดยทางเลือกที่ง่ายในการทำ e-Content คือ PowerPoint เพราะมันสามารถที่จะแทรกเสียงลงไปได้

STAKEHOLDERS
•อาจารย์ และบุคลากรของ NIDA
•นักศึกษา
•the Information Systems Education Center (ISEC)
•ทีมสนับสนุนที่จะรับผิดชอบในการจัดทำเนื้อหาวิชาในรูปแบบอิเลคทรอนิกส์ เช่น ผู้เชี่ยวชาญ Audio-Visual ที่ทำหน้าที่ผลิตสื่อการสอน และตัดต่อวีดีโอและ slide

PROBLEM & SOLUTION
Problem 1 ปัญหาเรื่องการยอมรับ e-Learning ของบุคลากรในสถาบัน
Solution 1 ดร.ประดิษฐ์ ตระหนักดีว่า e-Learning จะมีผลกระทบในเชิงโครงสร้างกับ NIDA อย่างมาก ซึ่งจะทำให้ถูกต่อต้านจากอาจารย์และนักศึกษา เพราะ e-Learning เปลี่ยนแปลงแก่นกระบวนการเรียนการสอนไปเลย ดังนั้นดร.ประดิษฐ์จึงตัดสินในที่จะ implement e-Learning โดยทำเป็น Phase โดยขั้นแรกเริ่มต้นจาก Pilot Project ก่อน โดยสมาชิกประกอบด้วยคนรุ่นใหม่ และสมาชิกของคณะที่ชอบเทคโนโลยี ซึ่งถ้า Pilot Project สำเร็จ ก็จะเริ่ม Phase ต่อไปคือ implement e-Learning ทีละวิชา จนกระทั่งครบทุกวิชา ซึ่งการนำไปใช้แบบค่อยเป็นค่อยไปทีละก้าวจากการใช้เป็นส่วนเสริมการเรียนแบบเดิมและค่อยพัฒนาเป็น online degree จะทำให้ e-Learning ประสบความสำเร็จ
นอกจากนี้ e-Learning ควรที่จะถูกผสานเข้ากับโครงการอื่น เช่น การทดสอบความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ การปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ และยังทำให้อาจารย์สามารถโพสต์บทนำในแต่ละบทเรียนให้นักเรียนสามารถเรียนด้วยตนเองนอกห้องเรียน และยังทำให้อาจารย์สามารถบริหารตารางสอนได้ตรงเวลา

Problem 2 บางคนกังวลว่าจะถูกขโมยทรัพย์สินทางปัญญาจากการสอนระบบ on-line
Solution 2 สื่อการสอนดังกล่าวควรถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ในลักษณะ online ทั้งในรูปแบบ Adobe Acrobat และ PowerPoint โดยดร.สุรพงษ์ แนะนำเพิ่มเติมว่า ในช่วงแรกลิขสิทธิ์ของ e-Content ควรถูกปกป้องโดย Intranet จำกัดเฉพาะนักศึกษานิด้าที่สามารถเข้าถึงได้เมื่อเข้าสู่ NIDA e-Learning นักศึกษาจะต้องลงทะเบียน ระบบจะ screen นักศึกษาที่เข้าสู่ website

Problem 3 อาจารย์หลายท่านไม่มั่นใจว่าสื่อการสอนในระบบ e-Learning จะเป็นของอาจารย์หรือของมหาวิทยาลัย บางคนกลัวว่าถ้าใส่สื่อการสอน online จะทำให้อาจารย์ไม่มีประโยชน์กับมหาวิทยาลัยอีกต่อไป
Solution 3 ควรมีการทำสัญญาข้อตกลงระหว่าง NIDA กับอาจารย์ให้ชัดเจนถึงลิขสิทธิ์สื่อการสอน e-Learning และรายได้ของอาจารย์ว่าจะเป็นในรูปแบบใด ซึ่งเห็นว่าควรทำข้อตกลงให้เป็นประโยชน์กับทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบ เพราะอาจทำให้ e-Learning ไม่สามารถ implement ได้

Problem 4 ปัจจัยความสัมพันธ์ด้านอายุกับการใช้คอมพิวเตอร์ในการสอน ความมั่นใจในการใช้คอมพิวเตอร์ในการสอนสัมพันธ์กับอายุของบุคลากรในคณะ ผู้สอนที่มีอายุน้อยกว่าจะมีความมั่นใจมากกว่าในการใช้เทคโนโลยีมากกว่าผู้สอนที่มีอายุมาก และอาจารย์บางท่านเห็นว่า e-Learning ทำให้ตนต้องทำงานงานเพิ่ม
Solution 4 การฝึกอบรมและการสร้างความมั่นใจจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทำให้บุคลากรมีความตั้งใจที่จะการสอนด้วยระบบ e-Learning
จัดให้มีทีมสนับสนุนที่จะรับผิดชอบในการจัดทำเนื้อหาวิชาสำหรับ e-Learning website เช่น ผู้เชี่ยวชาญ Audio-Visual ที่ทำหน้าที่ผลิตสื่อการสอน และตัดต่อวีดีโอและ slide ซึ่งทีมนี้ควรสร้างรูปแบบสื่อการสอนที่สม่ำเสมอเป็นรูปแบบเดียวกันทุกวิชา เพื่อให้อาจารย์ที่ไม่ได้เรียนมาด้านคอมพิวเตอร์สามารถที่จะทำ e-Content ได้ง่าย โดยทางเลือกที่ง่ายในการทำ e-Content คือ PowerPoint เพราะมันสามารถที่จะแทรกเสียงลงไปได้